วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งให้ออกราชการ 7ตร.ระโนดรีดเงิน5แสน

คกก.วินัยร้ายแรง มีมติให้ออกจากราชการ 7นายตำรวจ สภ.ระโนด เรียกรับเงินผู้ต้องหาคดียาเสพติด500,000บาท

ความคืบหน้าคดีจับกุมคดียาเสพติดสภ.ระโนด เรียกรับเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับลดจำนวนยาเสพติด จรนทำให้รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา มีคำสั่งให้ตำรวจชุดจับกุม 7 นาย ประจำกองบังคับการตำรวจภธูธรจังหวัดสงขลา พร้อมกับส่งสำนวนการสอบสวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ภาค9 (สงขลา) ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

วันนี้ (30 ต.ค.) พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว"ว่า วันนี้มีผลการกระชุมคณะกรรมการภูธรจังหวัดวันนี้ ที่ประชุมมีการประชุม คือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้ง 7 นาย ตามที่ผกก.สภ.ระโนด ได้เสนอมายังคณะกรรมการ ส่วนขั้นตอนต่อไปทางผมใจะออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้วนำเสนอต่อรรท.ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ทันที

ส่วนเรื่องการชันสูตรพลิกศพทางญาติไม่ได้ติดใจ เนื่องจากญาติเชื่อว่าเสียชีวิตจากการผูกคอตาย แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำสำนวนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตภายใน 30วัน ว่า ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร โดยจะรอผลการชันสูตรจากรพ.สงขลานครินทร์ เพื่อนำมาประกอบสำนวน ซึ่งถือว่าจบ และจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่ดูแลผู้ต้องหาทั้งหมดในวันนั้น บกพร่องหรือไม่

ด้าน พ.ต.ท.สามารถ ไชยณรงค์ ผอ.สนง.ป.ป.ท.ภาค 9 เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" หลังจากที่ได้รับสำนวนเมื่อตอนเย็นวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทางพนักงานสอบสวนสภ.ระโนด มีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับชุดจับกุมทั้งหมด 7 นาย ในข้อหา "ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเรียกรับ" ตามที่ปรากฎในบันทึก ซึ่งสำนวนที่พนักงสอบสวนทำมาค่อนข้างดี เราก็สามารถต่อยอดได้เลย

"กระบวนการจากนี้ไปก็คือจะนำเสนอคณกรรมการป.ป.ท. เพื่อรับไว้เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง ก็คือการสอบสวน แต่ของป.ป.ท.เราจะเรียกว่าไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำทุจริตต่อหน้าที่ก็เป็นหน้าที่ของป.ป.ท.ในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยขอให้เอาสำนวนของพนักงานสอบสวนเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง"

เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำสำนวนมาค่อนข้างดีแล้ว น่าจะไม่ช้า เพราะเราแค่เอามาต่อยอด แจ้งข้อกล่าวหาให้กับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งอยู่ในพื้นที่อยู่แล้วก็ไม่ยาก น่าจะไม่เกิน 1 เดือนก็แล้วเสร็จ เช่น มีกระบวนการในการเบิกถอนเงินชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งในแง่ของหลักฐานถือว่าพอ เพียงแต่ในขั้นตอนของป.ป.ท.คือการให้ทางฝ่ายผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง ส่วนพยานทางฝ่ายผู้กล่าวหาทางตำรวจดำเนินการมาค่อนข้างเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งไม่ต้องเรียกฝ่ายผู้กล่าาวหามาไต่สวนเพิ่มเติม

"ก็เหลือเฉพาะผู้ถูกกล่าวหา ที่จะต้องเปิดโอกาสให้เขานำพยานหลักฐานมาชี้แจง แสดงเหตุผลว่า เขาได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ โดยเฉพาะตำรวจทั้ง 7 นาย ซึ่งอาจจะไม่ได้ทั้งหมดก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีพยานหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ได้มากน้อยแค่ไหน แต่หากนำพยานหลักฐานมาแสดงไม่ได้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป"

สำหรับสัปดาห์หน้าจะตั้งให้พนักงานสอบสวนของตำรวจเป็นอนุกรรมการของคณะกรรมการป.ป.ท. ก็หมายความ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมในการสอบสวนในกระบวนการไต่สวนด้วย โดยเข้ามาเป็นกรรมการในอนุกรรมการของป.ป.ท. เนื่องจากเข้ามีข้อมูลเรื่องเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นการดำเนินสำหรับคดีนี้คงไม่ล่าช้า สำหรับการเชิญผู้ถูกกล่าวหามาไต่สวน