แม่ทัพภาค4 ตรวจพื้นที่ 2 อบต. ที่ถูกคนร้ายลอบเผา ยันไม่เร่งสรุปสาเหตุ รอหลักฐานชัดเจน
พลโทปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายภานุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมคณะ รวมทั้งตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี และเขต 10 พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และกำลังตำรวจ ทหาร ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ กรณีที่คนร้ายลอบเผา อบต.ดอนรัก และ อบต.ปูโล๊ะปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนได้รับความเสียหายทั้งสองแห่งนั้น พร้อมทั้งพูดคุยกับรปภ. ที่ทำหน้าที่ช่วงเวลาเกิดเหตุซึ่งถูกคนร้ายมัดมือมัดเท้าก่อนลงมือเผา โดยจากการสอบถาม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะนั่งอยู่ในที่ ณ จุดเฝ้ามีคนร้ายได้เอาปืนยาวและปืนสั้น มาจี้ให้นอบราบ และห้ามมอง พร้อมทั้งมัดมือมัดเท้า ก่อนที่คนร้ายจะเข้าไปเผา และหลบหนีไป
พลโทปราการ เปิดเผยว่า คดีเผาอบต.ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใดขอเวลาพนักงานสอบสวนตรวจสอบดูพยานหลักฐาน ให้แน่นอนชัดเจน ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุปฏิบัติการก่อเหตุพฤติกรรมใกล้เคียงกับแนวร่วม แต่อย่าพึ่งด่วนสรุป รอพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อน ขณะนี้ได้เน้นย้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสถานที่ อบต.เองมากขึ้น ต้องมีความสัมพันธ์กับชุมชนรอบข้าง เพื่อช่วยกันดูแล
ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 4 บอกอีกว่า อบต. จะต้องฝึกซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตามโมเดลทุ่งยางแดง จะสามารถช่วยทุก อบต.ได้ ซึ่งแผนโมเดลทุ่งยางแดง ที่ อ.หนองจิก ยังไม่มีการซ้อมร่วมกัน แต่จะทำทุกพื้นที่ ทำให้เกิดความมั่นใจ ซึ่ง จะนำโมเดลทุ่งยางแดง ใช้ทุกพื้นที่ 37 อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการร์นี้อีก
ผู้สื่อข่าวสอบถาม กรณีที่มีผู้ก่อการร้ายชาวอินเดียเข้ามาตามชายแดนภาคใต้ของไทยเพื่อหนีเข้ามาเลเซียนั้น พลโทปราการ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่ได้รับข่าวยืนยันที่ชัดเจน แต่ได้ทราบจากสื่อ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวทำการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง สำหรับมาตรการในการป้องกันเหตุร้าย กรณีที่มีข่าวก่อการร้ายเข้ามานั้น เรามีมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่อยู่แล้ว และมีการตรวจสอบคนแปลกปลอมเข้ามาในไทย ทั้งตามแนวชายแดนทุกพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้รอความยืนยันจากฝ่ายการข่าวให้แน่นออีกครั้ง





