"ราดาเมล ฟัลเกา" หัวหอกโคลอมเบียพร้อมคืนตัวจริง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านทำศึกบิ๊กแมทช์พรีเมียร์ลีก
กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในวันที่ 26 ต.ค. ขณะที่ทีมเยือนไร้ ดิเอโก คอสตา กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงเสียบแทน ด้าน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ปรับทีมรับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค. มีเกมบิ๊กแมทช์ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่นที่มี 12 แต้ม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูงที่มีไปแล้ว 22 แต้ม ในเวลา 23.00 น. โดยเกมนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ประกาศแล้วว่ายังจะเล่นเกมรุกเพื่อเอาชนะเชลซีให้ได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้
ดังนั้นคาดว่ากุนซือชาวดัตช์จะกลับมาเล่นแบบคู่กองหน้าอีกครั้ง หลังจากที่เกมไปเสมอ เวสต์บรอมวิช 2-2 ใช้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยืนกองหน้าเพียงคนเดียว และการที่ เวย์น รูนีย์ ยังติดโทษแบน ทำให้ ราดาเมล ฟัลเกา จะได้กลับมาเป็นกองหน้าตัวจริงคู่กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี รวมทั้งยังน่าจะมี ฆวน มาตา เป็นกองกลางตัวรุกอยู่หลังคู่กองหน้า
แดนกลางอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเกมที่แล้วเมื่อ ไมเคิล คาร์ริค กลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว แต่ยังต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ อังเคล ดิ มาเรีย กองกลางตัวเก่ง หากว่าลงไม่ได้จะเป็น 3 มิดฟิลด์อย่าง คาร์ริค, อันเดร์ เอร์เรรา และดาลีย์ บลินด์ ที่ลงมาเป็น 3 ประสาน
ขณะที่แนวรับมีโอกาสลุ้นความฟิตของ จอนนี อีแวนส์ กองหลังตัวหลัก หากว่ากลับมาได้ ฟิล โจนส์ อาจจะโยกไปเป็นแบ็กขวาแทน ราฟาเอล ที่มีข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง แต่ มาร์กอส โรโฮ น่าจะยังเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กต่อไป
ฝั่งเชลซีของกุนซือ ชูเซ มูรินโญ มีปัญหาเรื่องหัวหอกเมื่อ ดิเอโก คอสตา ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าไม่ได้ลงสนามช่วยทีมมาแล้ว 2 นัด ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมา ขณะที่ โลอิก เรมี กองหน้าชาวฝรั่งเศสก็เจ็บโคนขาหนีบก็ต้องลุ้นทดสอบความฟิตอีกครั้ง ทำให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก๋าที่สมบูรณ์เต็มที่น่าจะได้เริ่มเกมด้วยการเป็นตัวจริง
ขณะที่นักเตะรายอื่นๆ ที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมกับมาริบอร์ เมื่อกลางสัปดาห์อย่าง ติบัวต์ กูร์ตัวส์ ในตำแหน่งผู้รักษาประตูและแกรี เคฮิลล์ ในแนวรับจะได้กลับมาเป็นตัวจริงทั้งคู่ แต่ตำแหน่งแบ็กซ้าย เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา ยังกลับมาลงสนามไม่ได้เนื่องจากติดโทษแบนจึงจะเป็น เฟลิเป หลุยส์ ที่ลงมาแทน
ตำแหน่งอื่นๆ ตัวหลักยังอยู่ครบไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี กัปตันทีมในแนวรับ มิดฟิลด์คู่กลางยังเป็น เนมันยา มาติช กับ เชส ฟาเบรกาส และตัวรุก 3 คนจะเป็น ออสการ์, วิลเลียน และ เอดอง อาซาร์ด เหมือนเมื่อกลางสัปดาห์
สำหรับสถิติที่พบกันในลีกของคู่นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีสถิติเหนือกว่าชนะมาแล้ว 59 ครั้ง เชลซีชนะ 42 ครั้ง และเสมอกันอีก 49 ครั้ง แต่เกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ใน 2 ฤดูกาลหลังสุด เชลซี ไม่แพ้แม้แต่นัดเดียว โดยเสมอ 0-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และบุกชนะ 1-0 ในฤดูกาล 2012-2013
ขณะที่การแข่งขันในเวลา 20.30 น. "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส จะเปิดรังไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล หลังจากที่เพิ่งฟอร์มดีในยูโรปา ลีก ถล่ม ทริโปลิส คู่แข่งมา 5-1 แต่คาดว่าเกมนี้ เมาริซิโอ โปเชตติโน จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมโดยเฉพาะในแดนกลางที่ นาเซอร์ ชาดลี กับ คริสเตียน อีริคเซน จะได้กลับมาเป็นตัวจริง ส่วนแนวรุก โรเบร์โต โซลดาโด ก็น่าจะกลับมาเป็น 11 ตัวจริงเช่นกัน แต่จะไม่มี นาบิล เบนทาเลบ กองกลางที่เจ็บเช่นเดียวกับ ไคล์ วอล์คเกอร์ และ ไคล์ นอจ์ตัน 2 แบ็กขวา
ด้าน นิวคาสเซิล ยังเป็นทีมที่มีปัญหาตัวเจ็บมากมาย เกมนี้ต้องทดสอบความฟิตของชีค ติโอเตในแดนกลาง รวมทั้ง 2 กองหน้าอย่าง โชลา อเมโอบี กับ เอมมานูเอล เรวิเยร์ แต่จะยังขาด โรลันโด อารอนส์, เซียม เดอ ยอง, ดาวิเด ซานตอน และ ไรอัน เทย์เลอร์ ที่ยังเจ็บ ทำให้เกมนี้อาจจะต้องใช้ โยอัน กุฟฟราน ยืนเป็นกองหน้าต่อไปอีกนัด และเกมอีกคู่ในเวลาเดียวกัน เบิร์นลีย์ จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน


