"วรพงษ์" ผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สั่งทุกโรงพักขึ้นบัญชี "เจ้าหนี้นอกระบบ"
วานนี้ (18 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอร.ตร.) ได้ประชุม ศปอร.ตร.ผ่านระบบทางไกลร่วมกับกองบัญชาการต่างๆ พร้อมได้กำชับเพิ่มเติม 3 เรื่อง คือ
1.ทุกหน่วยต้องให้ความสำคัญกับการกดดัน สืบสวน ปราบปราม จับกุมบุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคลที่เป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (เงินกู้นอกระบบ) รวมทั้งผู้นำเงินหรือทรัพย์สินไปให้กู้ และผู้ติดตามทวงหนี้โดยมีพฤติการณ์ข่มขู่ ประทุษร้าย ใช้ความรุนแรงอย่างเข้มข้นและจริงจัง
2.สถานีตำรวจทุกแห่งต้องมีฐานข้อมูลผู้มีพฤติการณ์ของบุคคลตามข้อ 1 รวมทั้งข้อมูลบุคคลตามหมายจับ บุคคลพ้นโทษ หรือผู้ต้องหาในความผิดดังกล่าว โดยสืบสวนหาข่าวจากเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อเงินกู้ในพื้นที่รับผิดชอบ และกำหนดแนวทางมาตรการเชิงรุกในการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
3.กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (บก.น.1-9) และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ภ.จว.) ทุกแห่ง ต้องสืบสวนจับกุมการปล่อยเงินกู้ที่มีลักษณะเป็นขบวนการมีเครือข่ายเชื่อมโยงในพื้นที่หรือระหว่างพื้นที่ สำหรับ ศปอร.ตร.จะรับผิดชอบการปฏิบัติในภาพรวม และดำเนินการกับนายทุนเครือข่ายที่กระทำความผิดรายใหญ่ หรือผู้มีอิทธิพลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังและเกินขีดความสามารถของหน่วยพื้นที่
ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ เปิดเผยความคืบหน้าอาการของ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร อายุ 52 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุจุดไฟเผาตัวเองที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากปัญหาหนี้นอกระบบว่า ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง น่าจะมาจากการติดเชื้อ จึงได้เจาะเลือดส่งไปเพาะเชื้อที่ห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะทราบผลใน 48 ชั่วโมง
ขณะเดียวกันทีมแพทย์ได้เจาะเลือดส่งตรวจจำนวนเม็ดเลือดขาวในร่างกายที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ปรากฏว่าพบจำนวนน้อยกว่าปกติ จากเมื่อวาน 24,000 เซลล์ แต่วันนี้มีเพียงประมาณ 4,000 เซลล์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี





