วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนาอยุธยาเปิดศึกน้ำ'นาปี-ปรัง'

ชาวนาอยุธยาเปิดศึกน้ำ"นาปี-ปรัง" ข้อสรุปว่า ทางชลประทานจะสั่งปิดประตูระบายน้ำพระงามอย่างถาวร ถึง25ธค.

วานนี้ (9 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวนาจาก อ.นครหลวง และ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 50 คน ได้เข้าพบนายไกรฤทธิ์ บุศพันธ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 บางพระครู อ.นครหลวง ที่ที่ว่าการอำเภอนครหลวง เพื่อหารือถึงการแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกข้าวนาปี กว่า 3,000 ไร่ ในโซนแรกของทั้ง 2 อำเภอ ซึ่งกำลังขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงต้นกล้าในแปลงนา

นายณรงค์ อินจันทร์ กำนันตำบลบางเพลิง อ.บางปะหัน กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากชาวนาอีกกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน ที่กำลังปลูกข้าวนาปรังใกล้เก็บเกี่ยวและไม่ต้องการน้ำ ได้ลักลอบเปิดประตูระบายน้ำจากคลองพระงาม ต.เกาะเลิ่ง อ.บางปะหัน ทิ้งลงแม่น้ำลพบุรี ทำให้ข้าวนาปีของเกษตรอีกกลุ่มมีน้ำไม่เพียงพอ สำหรับต้นข้าวที่กำลังแตกกออยู่ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเจรจาได้ข้อสรุปว่า ทางชลประทานจะสั่งปิดประตูระบายน้ำพระงามอย่างถาวร ไปจนถึงวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นการรักษาระดับน้ำไม่ให้ลดลง และยังเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งด้วย ซึ่งจะมีการระบายน้ำจากคลองชลประทานป่ายางเข้าช่วยเหลือนาปีในช่วงแรก หากยังไม่เพียงพอ ทางชลประทาน จะสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดหน้า 12 นิ้ว จำนวน 5 เครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำลพบุรีเข้าช่วยเหลือชาวนาปี ทั้ง 2 อำเภอ

นายไกรฤทธิ์ ยังกล่าวถึงปริมาณน้ำตามเขื่อนต่างๆ ว่า มีไม่เพียงพอสำหรับใช้ในการเกษตร จนต้องประกาศหยุดทำนา ส่วนเกษตรกรรายใดยังต้องการปลูกข้าว ต้องหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติเอง และชลประทานจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายด้วย จึงขอเตือนเกษตรกรว่า ไม่สามารถจัดสรรน้ำให้ได้

ส่วนที่ จ.ปทุมธานี นายสมพร เดชใด วัย 51 ปี ชาวนาที่ปลูกข้าวมากว่า 40 ปี จากต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว กล่าวถึงการไม่ปล่อยน้ำของกรมชลประทานว่า จะสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างรุนแรง แม้จะปลูกพืชอื่นทดแทน คำถามที่ตามมาคือมีตลาดรองรับหรือไม่ เพราะการหยุดทำนาทั้งหมด แล้วมาปลูกพืชชนิดเดียวกัน อาจทำให้ล้นตลาด จึงอยากให้หาทางระบายน้ำให้สอดคล้องกับเกษตรกรที่จะสามารถทำการเกษตรได้