'สมยศ' สั่งเข้ม รปภ.สถานทูต-นักท่องเที่ยว กลุ่มประเทศที่ร่วมโจมตี 'ไอเอส'
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ปรท.ผบ.ตร.) มีวิทยุในราชการ ศปก.ตร.ด่วนที่สุดถึง ผบช.น. ผบชภ. 1-9 ผบช.ศชต. ผบช.ก. ผบช.ตชด. และ ผบช.สพฐ.ตร. โดยระบุว่า
ตามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีทางอากาศต่อรัฐอิสลาม หรือกลุ่มไอเอส ในอิรัก และต่อมารัฐสภาอังกฤษ ได้มีมติเข้าร่วมโจมตีทางอากาศกับสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ซาอุดิอาระเบีย จอห์แดน บาห์เรน และอีกหลายประเทศ เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคล และสถานที่สำคัญ รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการตอบโต้จากกลุ่มไอเอส เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงกำชับการปฏิบัติ โดยให้เพิ่มความเข้ม และมาตรการเชิงรุกด้านการข่าว และการรักษาความปลอดภัยสถานทูต สถานกงสุล โรงแรม สายการบิน โบสถ์ สถานที่สำคัญทางศาสนา และสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์อื่นๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศที่อาจตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มไอเอส
ทั้งนี้ ในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญทางการทูต ให้ประสานการปฏิบัติกับหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยบุคคล และสถานที่นั้นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการลอบทำร้าย หรือกระทำทุกรูปแบบ รวมทั้งให้ตั้งจุดตรวจค้น บุคคล และยานพาหนะต้องสงสัยรอบบริเวณอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน
"ให้เพิ่มสายตรวจประจำจุด และสายตรวจเดินเท้า ออกตรวจตรา รักษาความปลอดภัยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ จัดฝ่ายสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวโรงแรม ที่พักอาศัย ร้านอาหาร และสถานที่ที่เป็นแหล่งมั่วสุมของบุคคล กลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์นิยมความรุนแรง เกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนแนวความคิดการดำเนินการของกลุ่มไอเอส และให้ ผบก.น. และ ผบก.ภ.จว.ทุกแห่ง เป็นหัวหน้ารับผิดชอบ เชิญหัวหน้าหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะตำรวจสันติบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจรถไฟ เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงสถานการณ์ และบูรณาการแผนการปฏิบัติร่วมกัน โดยให้ทุกหน่วยในพื้นที่ขึ้นการปฏิบัติกับ ผบก.น. และ ผบกภ.จว."
คำสั่ง ยังระบุด้วยว่า ให้ ผบช.ส.เป็นหัวหน้ารับผิดชอบในการเพิ่มมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาความปลอดภัยบุคคล และสถานที่สำคัญทางการทูต รวมทั้งบูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยข่าวกรองทุกภาคส่วน และแจ้งข้อมูลข่าวสารบุคคล กลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย ที่ควรเฝ้าระวังติดตามพฤติการณ์ ให้ ผบช.น. ผบช.ภ. 1-9 ผบช.ศชต. และ ผบช.ก. ทราบ เพื่อประสานการปฏิบัติร่วมกันอย่างใกล้ชิด และให้ บก.ทท. จัดสายตรวจรถยนต์ สายตรวจเดินเท้า และอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ร่วมรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรมที่พัก และสถานบริการ ที่เป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวเวลากลางคืน โดยขึ้นการปฏิบัติกับหัวหน้าสถานีตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่
นอกจากนี้ให้ทุกหน่วยตรวจสอบความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี ชุดตรวจพิสูจน์ และเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุ เพื่อให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติได้โดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ให้มอบหมาย รอง ผบช. ลงไปอำนวย และกำกับดูแลการปฏิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้ ศปก.ทุกหน่วย ทุกระดับ เป็นฝ่ายอำนวยการกลาง ในการขับเคลื่อน และประสานงานกับ ตร. ผ่าน ศปก.ตร.





