"ศรีสุวรรณ" นายกฯส.ต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องกฟผ. ในกระบวนการการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
" สมาคมต่อต้านโลกร้อน - ชาวกระบี่ " ฟ้องศาลปกครอง ยกเลิกท่าเทียบเรือถ่านหิน บ้านคลองรั้ว - เพิกถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชี้ มีการเปลี่ยนแปลงขนาดเรือบรรทุกที่ชาวบ้านไม่รู้มาก่อน พร้อมขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว อนาคตเล็งฟ้องยุบโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ด้านนักวิชาการ ระบุ กระบี่มีปฏิญญาเมืองท่องเที่ยวสีเขียวใช้พลังงานสะอาด ชี้มีพลังงานปาล์มผลิตไฟฟ้า แต่ กฟผ.อ้างไม่เพียงพอ
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมตัวแทนชุมชนผู้มีส่วนได้เสียจากท่าเทียบเรือถ่ายหิน จ.กระบี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ประมาณ 50 คน เดินทางมา ยื่นฟ้อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องกระทำการโดยมิชอบ จากกรณี ที่มีการสร้างท่าเทียบเรือถ่ายถ่านหินที่บ้านคลองรั้ว จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ศาล 1.เพิกถอนโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว 2.เพิกถอนรายงานการศึกษา และวิเคราะห์ผลกระทบวิ่งแวดล้อม ( EIA) 3.ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้มีการดำเนินการใดๆในพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม รวมทั้งขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวด้วย เพื่อระงับการจัดกิจกรรมและการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
โดยนายศรีสุวรรณ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกล่าวว่า การสร้างท่าเทียบเรือถ่ายถ่านหินที่บ้านคลองรั้ว จ.กระบี่ นั้น บริเวณที่ กฟผ. ได้เลือกสร้างเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดำเนินการก่อสร้างไมได้ ต้องมีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแล
ส่วนที่ กฟผ. จ้าง บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แมเนจเม้นท์ จำกัด เข้าทำการศึกษาและจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบวิ่งแวดล้อม (EIA) ที่จัดรับฟังความเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ค.1) นั้นกลับพบว่ามีเปลี่ยนแปลงรายงานซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญ คือจากเดิมมีการระบุเส้นทางเดินเรือ และเรือบรรทุกถ่านหินขนาด 3,000 เดทเวทตัน เปลี่ยนเป็นเรือบรรทุกถ่านหิน 10,000 เดทเวทตัน โดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านทราบ ส่งผลให้การดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงต้องมาร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการสร้างท่าเทียบเรือ และรายงาน EIA ดังกล่าว พร้อมทั้งให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ระงับการจัดกิจกรรมและการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นเพื่อยุติความขัดแย้งที่กำลังปะทุอย่างรุนแรงในพื้นที่ขณะนี้ โดยในอนาคต สมาคมฯ จะพิจารณาการยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ต่อไป
ด้านนางเรณู เวชรัชต์พิมล อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งทำการศึกษาในเรื่องดังกล่าว กล่าวว่า ชาวกระบี่ไมได้คัดค้านการมีโรงไฟฟ้า แต่คัดค้านการใช้ถ่านหินในการผลิต เพราะจังหวัดได้ทำปฏิญญาให้กระบี่ เป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียว โดยการผลิตไฟฟ้าสามารถเลือกใช้พลังงานที่สะอาดได้ แล้วทำเป็นโรงไฟฟ้าที่จะเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของนานาชาติ ก็จะไม่เกิดปัญหากับชุมชนด้วย ซึ่งทุกวันนี้ในพื้นที่กระบี่ ก็มีโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม ที่สามารถนำมาเป็นพลังงานผลิตไฟฟ้าได้ แต่กฟผ.ไม่รับซื้ออ้างว่าสายส่งไม่เพียงพอ


