คนร้ายยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดับที่ปัตตานี ต่อหน้าคนจำนวนมาก ขณะกลับจากมัสยิดหลังละหมาด
ส่วนที่ยะลา ลอบระเบิด อส.ชุดรักษาความปลอดครู เจ้าหน้าที่เจ็บ 1 ราย ส่วนที่เจาะไอร้องดักยิง อส.กลางตลาด โชคดีแค่บาดเจ็บ "อดุลย์"ลงพื้นใต้ให้กำลังใจตำรวจ แนะทำงานเชิงรุก
เหตุรุนแรงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง วานนี้(19 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการแจ้งเหตุไปยังข่ายวิทยุ ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีว่า มีคนร้าย 6 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิงนายมะยีดิง กะดะแซ อายุ 59 ปี ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) หมู่ 4 ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา อยู่บ้านเลขที่ 128/1 ม.4
ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหน้ามัสยิดบ้านจาแบปะ หมู่ที่ 1 ต.บาโลย อ.ยะหริ่ง สภาพศพนายมะยีดิง พบรอยกระสุนที่บริเวณศีรษะ จำนวน 3 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่คาดว่าขณะที่นายมะยีดิง เดินออกจากมัสยิดหลังจากละหมาดเสร็จ คนร้ายใช้จังหวะนั้นลอบเข้ายิงจนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ส่วนที่ จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ลำใหม่ ได้รับแจ้งจากชุดคุ้มครองตำบลลำใหม่ (ชคต.ลำใหม่) ว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเมืองยะลา บริเวณบนถนนสายลำพะยา-ลำใหม่ รอยต่อบ้านทุ่งสะเดา กับบ้านปอเยาะ หมู่ที่ 4 ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา หลังได้รับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมประสาน ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กองพิสูจน์หลักฐานที่ 10
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสองข้างทางเป็นสวนยางพาราของชาวบ้าน บริเวณแคร่ใต้ต้นไม้ ริมทางพบร่องรอยหลุมระเบิดขนาดกว้าง มีเศษสะเก็ด เป็นเหล็กหุนตัดสั้น และเศษกล่องเหล็กบรรจุระเบิดแตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ริมทาง รอยเลือดกองใหญ่ จำนวน 1 จุด ส่วนคนเจ็บถูกชุดกู้ภัยลำพะยา นำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ อาสาสมัครชำนาญ ศรีสุวรรณ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/5 ถนนธนวิถี 2 เขตเทศบาลนครยะลา เป็นสมาชิก อส.ชุดคุ้มครองตำบลลำใหม่ ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยครู ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลที่ต้นขาด้านในทั้งสองข้าง ถูกสะเก็ดตามใบหน้า มีเลือดออกตาข้างซ้าย คนเจ็บรู้สึกตัวดี แพทย์ต้องรีบให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน
จากการสอบสวน ทราบว่า ขณะที่ ชุดคุ้มครองตำบลลำใหม่(ชคต.) จำนวน 6 นาย ออกลาดตระเวนเดินเท้ารักษาความปลอดภัยครูตามเส้นทาง คนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่น้อยกว่า 5 กิโลกรัม บรรจุกล่องเหล็ก วางไว้ใต้ต้นไม้ริมทาง ใช้กดสัญญาณจุดระเบิดด้วยวิทยุมือถือ จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นแนวร่วม อาร์เคเค ในพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นบ้านเกิดของ นายไฟศอล หะยีสะมะแอ ผู้ชำนาญการการประกอบระเบิดในระดับแกนนำคนสำคัญ
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 02.00 น. ผู้สื่อรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการ มว.ฉก.ตชด.4411(ตชด.ที่ 445) ชุดรักษาความปลอดภัยคณะครู โรงเรียนตชด.นิคมพิทักษ์ราษฎร์ บ้านบาตูปูเต๊ะ ม.6 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา จำนวน 3 นัด กระสุนตกบริเวณหน้าฐาน ทำให้รถยนต์ของกำลังพล ได้รับความเสียหาย จำนวน 2 คัน ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
ส่วนที่ อ.เจาะไอร้อง ที่บริเวณตลาดเจาะไอร้อง หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิง นายอับดุลเลาะ นิโซ๊ะ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ( อส.) อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บ นำส่ง รพ.เจาะไอร้อง
บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบนโยบาย และมอบเงินเป็นกำลังใจแก่หัวหน้าหน่วยปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จ.ยะลา และร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการตำรวจในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) โดยมี พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) และข้าราชการตำรวจในระดับสูงร่วมให้การต้อนรับ
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวในที่ประชุมว่า สำหรับการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยกำลัง และติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่จะอำลาจากตำแหน่งผบ.ตร. สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมาสถานการณ์ความรุนแรงลดลงกว่าในปีที่ผ่านมามาก แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่อย่าได้ประมาทต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งได้กำชับให้ปฏิบัติเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนรวมพลังกันป้องกันเหตุ





