วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบแก๊งค้ายาตระเวนส่งอีสานยึดกว่า4หมื่นเม็ด

ตร.กาฬสินธุ์ ระดมกำลังไล่ล่าแก๊งค้ายานรกรายใหญ่ตะเวนส่งทั่วภาคอีสาน ยึดของกลาง 38,000 เม็ด

พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.ชุมพล หันชะนา ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.จิรัตน์กฤษณ์ เหลืองจินดา เสธนาธิการกองกำลังรักษาความสงบ จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เกียงไกร รับงาม พ.ต.ท.อุทัย เพ็งธรรม รองผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ต.มนต์เทียน พลเยี่ยม สว.สส.กก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นำกำลังชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และทหารกองกำลังรักษาความสงบ จ.กาฬสินธุ์ เข้าจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ ซึ่งตะเวนส่งยาทั่วภาคอีสาน บริเวณหน้าร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างโกลบอลเฮ้าส์ถนนสายกาฬสินธุ์-ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์

โดยแก๊งค้ายาขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าสีบอน ทะเบียน บธ 8702 อุบลราชธานี นำยาบ้ามาส่งให้กับสายลับ แต่กลับไหวตัวทันขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ตามประกบทันที กระทั่งตามทันถึงบริเวณบ้านเตาไหถนนสายกาฬสินธุ์-กมลาไสย อ.เมืองกาฬสินธุ์ จึงตัดสินใจขับรถปาดหน้าและขับประกบรถคนร้ายทุกด้าน จนรถไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ พร้อมเข้าควบคุมตัวนายอุดม กานุมาร อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.12 ต.สีนานวล อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นคนขับ นายบุญโรม ยนต์ลอย อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.8 ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และท้าวเฉลย นันทะชัย อายุ 24 ปี ชาวแขวงคำมอญ สปป.ลาว

จากการตรวจค้นกระเป๋าภายในรถพบยาบ้าพันด้วยเทปกาวสดีดำ 19 มัด โดยแต่ละมัดเขียนชื่อลูกค้าและชื่อจังหวัดต่างๆที่จะนำไปส่ง เช่น อ.หนองกี่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี และ จ.กาฬสินธุ์ จึงนำตัวมาสอบสวน

โดยนายอุดมและนายบุญโรม รับสารภาพว่า ขับรถไปรับตัวท้าวเฉลย นันทะชัย ชาวสปป.ลาว ซึ่งนำยาบ้าข้ามเข้ามาจำนวน 26 มัด จำนวน 52,000 เม็ด ที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จากนั้นจะตะเวนไปส่งให้กับเครือข่ายต่างๆในภาคอีสาน โดยจุดแรกได้เริ่มส่งให้ลูกค้าที่ จ.ขอนแก่นไปแล้ว 7 มัด 14,000 เม็ด เหลืออีก 19 มัด จำนวน 38,000 เม็ด ซึ่งกำลังจากทยอยไปส่งใน จ.กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี โดยได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท กระทั่งมาถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ล่อซื้อและขับรถไล่ตามจับกุมได้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป