แข้งทีมชาติไทยไร้เสื้อแข่งแขนยาว แต่เตรียมเสื้อรัดกล้ามเนื้อติดตัวมา "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
กุนซือ "ช้างศึก" ยัน ไม่มีปัญหา แม้ช่วงเวลาแข่งขัน 2 ทุ่มตรงอากาศจะเย็น ขณะที่เจ้าภาพจัดเวลาซ้อมให้ไม่ตรงกับเวลาแข่ง ขณะที่ "อินชอนเกมส์" หงอย สื่อโสมเผยเพิ่งขายบัตรชมเกมล่วงหน้าได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ และบัตรพิธีเปิด-ปิด แค่ 35 เปอร์เซ็นต์
ทัพนักเตะ ทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์" ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดยทีมไทย อยู่ในสาย อี ที่มีโปรแกรมลงสนามนัดแรกวันที่ 15 กันยายน พบ มัลดีฟส์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน ทัพนักเตะ "ช้างศึก" ได้เดินทางถึงเมืองอินชอน เวลา 6.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง ก่อนเดินทางเข้าพักที่หมู่บ้านนักกีฬา โดยมี "บิ๊กต้อม" ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทยให้การต้อนรับ จากนั้นช่วงเย็น "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมเบาๆ บริเวณภายในหมู่บ้านนักกีฬาเพื่อยืดเส้นยืดสายเท่านั้น ซึ่งทางเจ้าภาพไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวแต่อย่างใด
"ซิโก้" เปิดเผยถึงเรื่องสภาพอากาศว่า ในช่วงกลางคืนอากาศจะหนาวเย็นลงเรื่อยๆ ซึ่ง ทีมชาติไทย มีโปรแกรมแข่งขันในรอบแรกทั้ง 3 นัด เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นทั้งหมด
"คงต้องพยายามปรับตัวให้ได้ อย่างไรก็ตาม การฝึกซ้อมไม่สามารถซ้อมในเวลาแข่งได้คือ 20.00 น. เพราะเจ้าภาพได้จัดโปรแกรมเอาไว้หมดแล้ว โดย ทีมชาติไทย จะได้ซ้อมช่วงเวลา 16.00 น., 17.00 น. และ 18.00 น. แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะสภาพอากาศคงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ทั้งนี้ชุดแข่งขันของนักเตะจะเป็นแขนสั้นทั้งหมด แต่เรามีเสื้อรัดกล้ามเนื้อซึ่งเป็นแขนยาว ดังนั้นจึงน่าบรรเทาความหนาวได้"
ด้านทีมฟุตบอลหญิงได้เดินทางมาถึงเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้แล้วเช่นกัน หลังเสร็จสิ้นการเก็บตัวที่ประเทศจีน ซึ่งช่วงเย็น "โค้ชหนึ่ง" หนึ่งฤทัย สระทองเวียน กุนซือของทีมนำลูกทีมฝึกซ้อมที่สนามเทคโนโลยี อีดูเคชัน ซอคเกอร์ ฟิลด์ โดยเน้นการฝึกซ้อมเกมรับและเข้าทำจากลูกเซ็ทพีท ซึ่งเกมแรกในศึก เอเชี่ยนเกมส์ จะพบ "เจ้าภาพ" เกาหลีใต้ คาดหวังว่าจะเก็บให้ได้ 1 คะแนน
ส่วนความเคลื่อนไหวใน "อินชอนเกมส์" ที่เกาหลีใต้ มีรายงานจาก นสพ.โคเรีย เฮรัลด์ ระบุว่า แม้จะเหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เศษจะเปิดฉากเอเชี่ยนเกมส์ ทว่าว่า นายลี จุน ซัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อมวลชนของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กลับออกมายอมรับว่า การจำหน่ายบัตรผ่านประตูชมการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สามารถจำหน่ายล่วงหน้าล่าสุดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนทั้งหมดเท่านั้นเอง โดยกีฬาที่ขายบัตรผ่านประตูได้น้อยที่สุด คือ เซปักตะกร้อ, คริกเก็ต, กาบัดดี้, วูชู, ซอฟท์เทนนิส รวมทั้งกีฬาน้องใหม่ในโอลิมปิกเกมส์อย่าง รักบี้ฟุตบอล 7 คน และกอล์ฟ


