"ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังฝืดไม่เลิก แม้มี "อังเคล ดิมาเรีย" ปีกตัวใหม่ แต่ก็ช่วยทีมไม่ได้ เจ๊า เบิร์นลีย์ 0-0
เก็บได้อีกแค่แต้มเดียว และยังชนะไม่เป็นในศึกพรีเมียร์ลีก ส่วนเกมวันนี้ (31 ส.ค.) "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมส่ง "มาริโอ บาโลเตลลี" ลงประเดิมในเกมบิ๊กแมทช์ ที่จะไปเยือน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยังใช้ อเลกซิส ซานเชซ ยืนหัวหอกบุกรังคิงเพาเวอร์ของ "จิ้งจอก" เลสเตอร์
ศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 30 ส.ค."ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเยือน เบิร์นลีย์ ที่เทิร์ฟมัวร์ โดย แมนฯ ยู กำลังอยู่ในสภาวะกดดันอย่างหนัก หลังจากไม่ชนะใน 2 เกมแรก มีแค่แต้มเดียว แถมยังตกรอบแคปิตอลวันคัพ เมื่อกลางสัปดาห์ ด้วยการแพ้ เอ็มเค ดอนส์ ถึง 0-4 เกมนี้ หลุยส์ ฟาน กัล จึงส่ง อังเคล ดิ มาเรีย นักเตะตัวใหม่ลงเล่นเกมรุกร่วมกับ เวย์น รูนีย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี และ ฮวน มาตา ในขณะที่เจ้าถิ่น แพ้ในลีกมา 2 นัดรวด ต้องการคะแนนเช่นกัน
เริ่มเกมได้แค่ 2 นาทีเศษ เจ้าถิ่นเกือบยิงประตูได้ก่อนจากการยิงลูกฟรีคิกของ เดวิด โจนส์ แต่บอลพุ่งไปชนคาน ส่วน "ผีแดง" มีโอกาสยิงตรงกรอบครั้งเดียว ในนาที 15 เมื่อ ดิ มาเรีย โยนบอลให้ ฟาน เพอร์ซี ยิงในเขตโทษ แต่ไปติดเซฟของ ทอม ฮีตัน นายทวารเจ้าถิ่น ออกข้างไป จบครึ่งแรก 0-0
ครึ่งหลัง เกมของ แมนฯ ยู ก็ยังไม่ดีขึ้น จนกระทั่ง นาที 70 ดิ มาเรีย ถูกเปลี่ยนตัวออก แล้วให้ อันแดร์สัน ลงเล่นแทน เช่นเดียวกับ ฟาน เพอร์ซี ที่เล่นไม่ออก ถูกเปลี่ยนตัวกับ แดนนี เวลเบค ในอีก 3 นาทีต่อมา เกมถึง 5 นาทีสุดท้าย แอชลีย์ ยัง ยิงบอลไปถูกแขนของ สตีเฟ่น รีด แต่ผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษ จบเกมทั้งคู่เสมอกันไป 0-0 แมนฯ ยู ยังหาชัยชนะไม่เจอมีแค่ 2 คะแนน จาก 3 นัด ส่วน เบิร์นลีย์ ได้คะแนนแรกของฤดูกาล
ส่วนเกมวันนี้ (31 สิงหาคม) "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องเล่นบิ๊กแมทช์เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเพิ่งแพ้ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี มา 1-3 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยจะไปเยือน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ชนะมา 2 นัดรวดที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน เวลา 19.30 น. ซึ่งเกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเยือนต้องประสบปัญหากับการจัดทีมอย่างหนัก เมื่อแนวรับตัวหลักของทีมยังมีปัญหาการบาดเจ็บอยู่หลายคน
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ร็อดเจอร์ส จะไม่สามารถใช้งาน เกลน จอห์นสัน ในตำแหน่งแบ็คขวา, มาร์ติน สเคอร์เทล ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และอัลเบร์โต โมเรโน ในตำแหน่งแบ็คซ้ายเนื่องจากยังมีอาการบาดเจ็บทั้งหมด ทำให้ต้องปรับแนวรับจากเกมที่แล้วถึง 3 คน คู่เซ็นเตอร์แบ็คจะใช้ เดยัน ลอฟเรน ยืนคู่กับ มามาดู ซาโก ขณะที่ตำแหน่งแบ็คขวาต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ จอน ฟลานาเกน ว่าจะลงได้หรือไม่ ส่วนแบ็คซ้ายดาวรุ่งอย่าง ฆาบี มานกีโญ จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง
แดนกลางไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง สตีเวน เจอร์ราร์ด จะทำเกมร่วมกับ โจ อัลเลน และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนแนวรุก มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าตัวใหม่พร้อมลงสนามให้ทีมเป็นนัดแรก แต่น่าจะต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรอง โดย 3 ตัวจริงยังน่าจะเป็น ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, ราฮีม สเตอร์ลิง และฟิลิปเป คูตินโญ
ฝั่งสเปอร์ส หลังจากใช้ตัวสำรองลงสนามหลายคนในเกมยูโรปาลีก และปัญหาการบาดเจ็บก็เหลือเพียงแค่ ไคล์ วอล์คเกอร์ เพียงคนเดียวเท่านั้น ตัวหลักสามารถลงสนามกันได้ทุกคน แนวรับ ยูเนส คาบูล จะกลับมายืนเซ็นเตอร์แบ็คร่วมกับ แยน แฟร์ทองเกน และแบ็คขวายังคงเป็น เอริก ไดเออร์ ที่กำลังฟอร์มแรง แดนกลาง เอเตียน กาปู กับ นาบิล เบนทาเลบ จะทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัวรับ และมีตัวรุกอย่าง คริสเตียน อีริคส์สัน, เอริก ลาเมลา และนาเซอร์ ชัดลี ขณะที่หัวหอก เอมมานูเอล อเดบายอร์ จะเป็นตัวจริง
ขณะที่ในเวลา 22.00 น."ปืนใหญ่" อาร์เซนอล จะออกไปเยือน "จิ้งจอก" เลสเตอร์ ที่สนามคิงเพาเวอร์ โดย อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมเยือนจะยังส่ง อเลกซิส ซานเชซ ลงเป็นหัวหอกตัวจริงต่อไป แม้จะเพิ่มลงสนามในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ เนื่องจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวหลักยังคงมีอาการบาดเจ็บ แต่ทีมจะไม่มี คีแรน กิบบ์ส , มิเกล อาร์เตตา, และธีโอ วัลคอตต์ ด้านเลสเตอร์ ยังไม่มี แมทธิว อัพสัน กองหลังที่เจ็บ แต่จะมี เอสเตบัน คัมเบียสโซ กองกลางตัวเก๋าชาวอาร์เจนไตน์ลงสนามให้ทีมเป็นนัดแรกหลังจากที่เพิ่งเซ็นสัญญามาเมื่อวันพฤหัสบดี
เกมอีกคู่ในเวลา 19.30 น. แอสตัน วิลลา จะพบ ฮัลล์ ซิตี
บรรยายภาพ
ฝืด - อังเคล ดิ มาเรีย ปีกอาร์เจนไตน์ นักเตะใหม่ของ "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก เป็นเกมแรก นัดบุกไปเยือน เบิร์นลีย์ ที่เทิร์ฟมัวร์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.แต่ช่วยทีมไม่ได้มากนัก จบเกมเสมอกัน 0-0





