จัดระเบียบรถโดยสารสี่ล้อแดงระบบใหม่ เริ่ม1ก.ย.ลดค่าโดยสารเหลือ10บาทตลอดสาย
ที่ห้องประชุม มทบ.33 ภายในมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีตัวแทนคณะทำงานจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุม "การแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบรถสาธารณะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่" โดยมี ผศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลียเชียงใหม่ ในฐานะคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบรถสาธารณะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนคณะทำงานจาก มทบ.33,ตัวแทนขนส่งจังหวัดเชียงใหม่,ผู้ประกอบการรถสาธารณะ(สี่ล้อแดง) และตัวแทนจากสหกรณ์เดินรถที่เกี่ยวข้องร่วมในการประชุม
ผศ.ดร.ปุ่น เปิดเผยว่า สิ่งที่กำลังพยายามผลักดันกันอยู่คือ การขนส่งมวลชนรถประจำทางระบบใหม่ให้เกิดขึ้น แทนที่ระบบเดิมที่ไม่มีระเบียบ เพื่อเมืองท่องเที่ยวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ที่สมควรจะมีระบบขนส่งมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนเมืองท่องเที่ยวในระดับสากล โดยได้รับความร่วมมือกับทางผู้ประกอบการ รถโดยสารสาธารณะสองแถวสีแดง หรือที่เรียกติดปากว่า สี่ล้อแดง ที่เป็นบริการขนส่งหลักภายในตัวเมืองเชียงใหม่
ขณะเดียวกัน จะมีการปรับลดราคาค่าโดยสารจากราคาปกติ 20 บาทขึ้นไป เหลือ 10 บาทตลอดสาย และสามเณร นักเรียน นักศึกษา ในเครื่องแบบจากปกติ 10 บาทตลอดสาย เหลือ 5 บาทตลอดสาย เดิมรถสี่ล้อแดงแบ่งออกทั้งหมด เป็น 12 สาย วิ่งรับผู้โดยสารทั่วตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งระบบใหม่นั้น เบื้องต้นรถประจำเส้นทาง ทั้ง 12 เส้นทางยังคงไว้ แต่จะมีสายพิเศษเพิ่มมาอีก 2 สายได้แก่ สาย 7 ที่วิ่งตั้งแต่ 05.00น.ถึง20.00น.ออกรถทุก 20 นาทีรองรับผู้ใช้บริการทั่วทั้วพื้นที่ และสายพิเศษ 13 ที่จะวิ่งตั้งแต่ขนส่งช้างเผือก ไปยังตลาดวโรรส ในราคา 5 บาทตลอดสาย
"ระบบเดิมผู้ประกอบการจะต้องพยายามวิ่งรับผู้โดยสารให้มากไว้ก่อน หรือไปตามเส้นทางที่สามารถรับผู้โดยสารได้มากตามเป้า เพื่อที่จะได้มีเงินเลี้ยงชีพ แต่ระบบใหม่คือการบังคับให้มีการวิ่งอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งส่วนต่างของราคาค่าโดยสารที่ลดลง เพื่อลดค่าใช้จ่าย และการกำหนดเส้นทางอย่างเข้มงวดเพิ่มความสะดวกสบายของประชาชนนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ต่อวันของผู้ประกอบการรถสี่ล้อแดงเอง เบื้องต้นทาง อบจ.เชียงใหม่ และสถาบันพัฒนาพิงคนคร จะเป็นองค์กรสนับสนุน ให้กับผู้ประกอบการใน ราคากิโลเมตรละ 8 บาท เพื่อให้ผู้ประกอบการดำรงชีพอยู่ได้"
ผศ.ดร.ปุ่น กล่าวอีกว่า องค์ประกอบสำคัญคือความชัดเจนของเส้นทางเดินรถ ความชัดเจนของจุดจอดรถ รวมทั้งความชัดเจนของเวลาในการออกรถ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักความจริง สถานการณ์จริง โดยเฉพาะสามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน ให้หันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมากขึ้น ซึ่งโยงไปถึงการลดปัญหาการจราจรติดขัด และขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งที่จะดึงดูดให้คนกลับมาสนใจรถโดยสารสาธารณะได้นั้น ต้องมุ่งเน้นเรื่องของความสะดวกสบาย เรื่องราคา และเวลาที่แน่นอน หากไม่ตอบโจทย์ให้กับประชาชนได้ ก็ไม่คุ้มค่า ดังนั้นระบบที่กำลังจะทำขึ้นมานั้นคุณภาพจะต้องดี และจูงใจพอ
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีก็มีแนวทางการศึกษา และแก้ไขปัญหารถโดยสารสาธารณะมาโดยตลอดแต่ยังไม่มีการปฏิบัติลงมือจริงเกิดขึ้น มีเพียงผู้เห็นด้วยในการปฏิวัติระบบ แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพ ยอมรับความเสี่ยงอันจะเกิดขึ้น แผนการจึงไม่เคยเป็นรูปธรรม ขณะที่ในยุคปัจจุบัน ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจลงมาผลักดันอย่างจริงจังนำไปสู่การปฏิบัติจริง เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. นี้ เป็นต้นไป ทั้งนี้หลังจากนี้ไป ในเดือน ต.ค. ก็จะมีองค์กรมาดูแลรองรับ เบื้องต้นคือ สถาบันพัฒนาพิงคนคร มาดูประสิทธิภาพของระบบ พอระบบเริ่มอยู่ตัว ก็จะมุ่งไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพของแต่ละสายให้มีมาตรฐานมากขึ้น และอาจจะสนับสนุนให้สหกรณ์เดินรถต่างๆ สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองต่อไปในเวลาอันใกล้
"วันที่ 1 ก.ย. จะสามารถเห็นผลชัดเจนเลยว่า จะมีการวิ่งจริงตามที่รับปาก หลังจากนั้นจะกำหนดรถวิ่งประจำเส้นทางและออกตารางเวลาให้ชัดเจน ภายใน 1 อาทิตย์ ส่วนเรื่องของการใช้กฎจราจร และจุดจอดรถ ทางเทศบาลและจราจร จะต้องมีการบังคับใช้ ให้เป็นระเบียบไม่เช่นนั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดย่อมสูญเปล่า ส่วนโครงการนี้จะต้องมีการปฏิบัติจริงและควบคุมดูแลไปอีกอย่างน้อย 3 ปี ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่หรือไม่ เพื่อให้การขนส่งมวลชนในเชียงใหม่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน "ผศ.ดร.ปุ่น กล่าว


