นายด่านศุลกากร-นรข. แถลงจับ2สาวชาวลาว ขนเงินสด10ล้าน ออกชายแดนไทย อ้างนายจ้างให้นำมาจ่ายค่าน้ำมันให้พ่อค้าจีน
ที่ด่านศุลกากร อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายศรชัย สร้อยหงษ์พราย นายด่านศุลกากรเชียงของ น.อ.ภานุ รัตนนันทวาที ผบ.นรข.เขตเชียงราย พ.อ.วัชรพงษ์ แก้วแจ้ง ผบ.ทพ.31 พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ ยศแผ่น ผกก.เชียงของ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนางสอนนาลี แก้วมุกดา อายุ 22 ปี และนางหล้าน้อย เจริญผล อายุ 20 ปี ผู้ต้องหา ชาวโพนทอง เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 10.9 ล้านบาท
การจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ต้องหาทั้งคู่ ได้ถือบัตรผ่านแดนของ ส.ป.ป.ลาว เลขที่ 1516/14 แขวงบ่อแก้ว และนางหล้าน้อย ได้ถือหนังสือผ่อนผันผู้ป่วยให้เข้ามาราชอาณาจักรไทยเล่มที่ 085 เลขที่ 367 ลงวันที่ 27 ส.ค.เพื่อข้ามไปยังฝั่ง ส.ป.ป.ลาว บริเวณด่านพรมแดนเชียงของ หรือท่าเรือบั๊ค อ.เชียงของ จงเชียงราย โดยถือกระติกน้ำแข็งสีชมพู สภาพใหม่เอี่ยมหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสและสะพายกระเป๋าผ้าสีน้ำตาลมาด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่พบพิรุธว่ากระติกน้ำซึ่งอยู่ในสภาพใหม่ แต่ผู้ที่ถือมีลักษณะว่ากระติกดังกล่าวมีน้ำหนักมาก จึงขอทำการตรวจค้นปรากฎว่าพบของกลางเงินสดทั้งหมดพันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ซุกซ่อนอยู่ในกระติกน้ำ กระเป๋าเสื้อผ้าและกางเกงยีนส์
จากการสอบสวนถึงที่มาของเงินดังกล่าว ทั้งคู่ไม่มีเอกสารการขออนุญาตการนำเงินตราออกนอกราชอาณาจักร รวมทั้งไม่ได้สำแดงรายการเงินตรา นำออกไปนอกราชอาณาจักรต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งทั้งคู่ได้อ้างว่าเป็นเงินที่นายจ้างที่เปิดบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่ง ซึ่งทำการค้าขายแดนอยู่ในฝั่ง ส.ป.ป.ลาว ให้นำมาเพื่อจ่ายเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของพ่อค้าชาวจีนคนหนึ่ง โดยได้ทำการเบิกเงินมาจากธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงของ แต่ปรากฎว่าสินค้าที่สั่งไว้ยังไม่ได้ จึงจะนำเงินดังกล่าวกลับไปให้นายจ้าง โดยจะได้รับเงินค่าจ้างรายละ 6,000 บาท
พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ ยศแผ่น ผกกก.สภ.เชียงของ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นของหญิงสาวทั้งสองคนยังให้การวกวน โดยไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในชั้นสอบสวน แต่ดูจากพฤติกรรมแล้ว เชื่อว่าจะน่าเป็นการลักลอบนำเงินตราออกนอกประเทศ โดยการซุกซ่อนอำพราง ปกปิดโดยไม่ให้เจ้าหน้าที่รู้ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร โดยทางตำรวจจะได้ทำการสอบสวนและเร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป
นายศรชัย สร้อยหงษ์พราย นายด่านศุลกากรเชียงของ กล่าวว่า ในระยะหลังเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดเงินสดข้ามแดนไปยัง ส.ป.ป.ลาว มาแล้วถึง 3 ครั้งแล้ว โดยครั้งก่อนหน้านี้สามารถตรวจยึดได้เงินถึงกว่า 47 ล้านบาท ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ทางดีเอสไอรับคดีไปดำเนินการต่อแล้ว เพื่อตรวจสอบถึงที่มาของเงินดังกล่าว และเกี่ยวข้องกับธุรกิจนอกกฎหมายหรือไม่ ในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ถูกทางเจ้าของเงินฟ้องร้องเพื่อเอาคดีความด้วย ซึ่งได้ยืนยันว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เช่นเดียวกับกรณีนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นเงินที่บริสุทธิ์หรือไม่ หากเจ้าของมีหลักฐานมาแสดงหรือต่อสู้ในชั้นศาลการตัดสินออกมาเป็นเช่นไรก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่ในเบื้องต้นจะได้นำเงินทั้งหมดส่งเข้าไปเก็บรักษาที่กรมบัญชีกลางโดยให้คลังจังหวัดเป็นผู้เก็บรักษาไว้ก่อน





