ผู้เลี้ยงปลากระชัง โวยปลาตายเกลื่อน หลังเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำน้อยมาก วันละ 4 ล้าน ลบ.ม.
ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีปลาของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังหมู่ 7 ต.วังกะพี้ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ตายเกลื่อนกระชัง สาเหตุเนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำออกในปริมาณที่น้อยมาก เมื่อไปถึงเกษตรกรเลี้ยงปลา ชี้ให้เห็นถึงระดับน้ำของแม่น้ำน่านที่ลดต่ำกว่า 10 เมตรอย่างรวดเร็ว ละมีสีแดงขุ่น ส่งผลให้ปลาที่เลี้ยงไว้นับ 1,000 กระชังได้รับผลกระทบ โดยปลาทยอยตาย ต้องตักทิ้ง และเร่งตักปลาไม่ได้ขนาดส่งขายราคาถูกให้พ่อค้าแม่ค้า ขณะที่ต้องใช้เงินลงทุนเดือนละกว่า 2 แสนบาท
นางสุขิตา จันทร์รุณ เกษตรกรเลี้ยงปลาในประชังตำบลวังกะพี้ กล่าวว่า เขื่อนสิริกิติ์ลดการพร่องน้ำออกจากเขื่อน จากปกติวันละ 16 ล้าน ลบ.ม. เหลือเพียงวันละ 4 ล้าน ลบม. ซึ่งเป็นการปล่อยน้ำใน ปริมาณที่น้อยมาก ระดับน้ำลึกไม่ถึง 1 เมตร ส่งผลกระทบให้เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชังท้ายเขื่อนสิริกิติ์ได้รับความเดือนร้อน
"เลี้ยงปลา 80 กระชัง กว่า 100,000 ตัว ค่าอาหารเดือนละ 230,000 บาท ตอนนี้ปลาอายุ 2 เดือน อีก 2 เดือนถึงจะจับขายได้ เมื่อระดับน้ำลดต่ำ มีสีแดงขุ่น ทำให้โคลนเกาะกระชัง ออกซิเจนในน้ำน้อย ปลาทยอยตาย ต้องตักปลาวันละ 2 รอบคือ เช้า-บ่าย เฉลี่ยวันละ 30 กิโลกรัม ทำให้สูญเงิน 3,000 บาท/วัน ปลาที่ยังไม่ตายมีอาการลอยขึ้นผิวน้ำ ต้องเร่งตักออกมาขายในราคาถูกให้พ่อค้าแม่ค้า จากราคากิโลกรัมละ 70 บาทเหลือเพียง 30 บาท"นางสุขิตา กล่าว
ทั้งนี้ เฉพาะที่ ต.วังกะพี้ เกษตรกรเลี้ยงปลากระชังมากที่สุดคือ 200 ราย กว่า 2,000 กระชัง ได้รับผลความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน แม้จะพยายามลากกระชังไปกลางแม่น้ำ แต่น้ำลึกเพียง 1 เมตร ยิ่งทำให้ท้องกระชังติดโคลน เสียหาย หากเป็นไปได้ขอให้เขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำมาอย่างน้อยต้อง 8 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ปลาในกระชังจึงจะอยู่รอด ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 4,129 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำที่สามารถ ใช้งานได้ 1,279 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 19 มีปริมาณน้ำไหลเข้าเฉลี่ย40 ล้าน ลบ.เมตร/วัน และกำหนดปล่อยน้ำวันละ 4 ล้าน ลบ.ม.

