ชาวบ้านกว่า200คนแห่ศพเหยื่อรถชน ร้องคสช.ขอความเป็นธรรม ผ่านผบ.มทบ.32 หลังคู่กรณีเล่นแง่เกรงคดีพลิก
ชาวบ้านจากบ้านห้วยเป้ง หมู่ 5 ต.บ้านค่า อ.เมือง จ.ลำปาง กว่า 200 คน แต่งชุดดำ แห่ศพน.ส.อรุญรัตน์ หรือน้องโม อำพาพันธ์ อายุ 15 ปี โดยนำโลงที่บรรจุศพน้องโม ใส่หลังรถรถบรรทุก 6 ล้อ ออกจากบ้านเลขที่ 15 บ้านห้วยเป้ง ม.5 ต.บ้านค่า อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็งเป็นบ้านที่จัดงานศพ
โดยมีขบวนรถของญาติพี่น้องทั้งกว่า 30 คัน ขับตามหลังมาตามถนนสายลำปาง-ห้วยเป้ง เพื่อเดินทางร้องขอความเป็นธรรมกับคสช. ผ่าน พล.ต.อุกฤษณ์ อากาศผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 32 หลังน.ส.อรุญรัตน์ ประสบอุบัติเหตุรถชนกับรถบรรทุกเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ส.ค.2557 เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อไปถึงญาติพี่น้องและชาวบ้านได้นำรถที่ใส่ศพไปจอดไว้ที่หน้ามณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ก่อนจะเข้าไปขอความกับผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 โดยทางเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ให้ ชาวบ้านรออยู่ที่เต้นข้างสโมสรค่ายสุรศักดิ์มนมนตรี ก่อนจะให้ตัวแทน คือ นายอำนาจและนางนงนุช อำพาพันธ์ พร้อมกับญาติพี่น้องประมาณ 10 คน เข้าพบพ.อ.เกษม วังสุนทร เสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง เป็นตัวแทน พล.ต.อุกฤษณ์ รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรมจากชาวบ้าน โดยมี พ.ต.ท.ถนอม นาทิเลิศ รองผกก.ปป.สภ.เมืองลำปาง ปลัดอำเภอเมืองลำปาง ร่วมรับเรื่อง
นางนงนุช เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวด้วยน้ำตานองหน้าว่าช่วงเย็นวันเกิดเหตุน.ส.อรุญรัตน์ หรือน้องโม ลูกสาว ได้ขับรถจักรยายนต์ ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน-ขาวทะเบียน ขลต 155 ลำปาง พา ด.ช.นุชากร อำพาพันธ์ อายุ 10 ขวบ น้องชายซ้อนท้าย เพื่อเอาเงินจ่ายค่างวดรถและจะแวะเที่ยวตลาดนัดที่บ้านทุ่งจี่ ต.ทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปาง พอมาถึงที่เกิดเหต หลักกิโลเมตรที่ 25 ถนนลำปาง-เมืองปาน ยังไม่ถึงเขต ต.ทุ้งกว๋าว ปรากฏว่าลูกสาวขับรถชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อซึ่งดัดแปลงเป็นรถบรรทุกวัวมีโครงเหล็ก ยี่ห้ออีซูซุสีฟ้า ทะเบียน 80-9754 ลำปางทำให้ลูกสาวเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกชายบาดเจ็บสาหัสถูกส่งโรงพยาบาล
จากการสอบสวนของพ.ต.ท.อภิชาติ แรงสิงห์ พนักงานสอบสวนสภ.บ้านเอื้อม เจ้าของคดี ทราบว่า พยานที่เป็นชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ให้การขณะที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุว่าเห็นรถบรรทุก 6 ล้อขับแซงจักรยานยนต์ของ น.ส.อรุญรัตน์ ก่อนจะเลี้ยวปาดหน้าอย่างกระชั้นชิดทำให้ น.ส.อรุญรัตน์ เบรคไม่ทันชนท้ายอย่างจังทำให้เสียชีวิตคาที่กลางถนนและน้องชายบาดเจ็บสาหัส และรถบรรทุก 6 ล้อตอนแรกยังอยู่กลางถนน แต่คนขับคือ นายทรงสินธ์ ซองเพง ได้ขับไปจอดไว้ที่ข้างถนน แต่พอสอบสวนนายทรงสินธ์ ให้การว่ารถจอดอยู่ข้างถนนก่อนแล้ว แต่รถจักรยานยนต์ไม่ทันระวังขับชนท้ายเอง นอกจากนี้พยานที่เห็นเหตุการณ์ก็กลับคำให้การว่ารถหกล้อจอกอยู่ข้างถนนไม่ใช่ขับแซงปาดหน้า
หลังจากได้นำศพน.ส.อรุญรัตน์ มาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน ทางคนขับและเจ้าของรถคือนายล้วน การดี ได้มีการนัดหารือและเจรจาค่าเสียหายกับตนและสามี โดยผ่านผู้ใหญ่บ้าน โดยได้ทำบันทึกเบื้องต้น เรื่องใครผิดใครถูกอย่างไร ทั้งสองฝ่าย ให้ยึดเอาสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นบันทึกฐานเรื่องคดีตัดสิน สำหรับคนตายเบื้องต้นขอจ่ายค่าเสียหายสำหรับคนตายก่อน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จนกระทั่งวันที่ 26 ส.ค.2557 ได้มีการตกลงกันอีกครั้ง โดยสามารถตกลงค่าเสียหายกันได้
โดยนายล้วน ยอมจ่ายช่วยเหลือค่าทำศพ จำนวน 40,000 บาท ส่วนประกันรถจะจ่ายให้อีก 200,000 บาท และทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ พอเมื่อช่วงสายที่ผ่านมานายล้วน ได้กลับคำ และขอเงินส่วนแบ่ง จำนวน 50,000 บาท โดยแบ่งจากเงินประกันจากญาติ เพื่อเอาไปให้คนขับ แต่ตนไม่ยอม และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงแห่ศพ น.ส.อรุญรัตน์ มาขอความเป็นธรรมดังกล่าวและขอให้ทางทหาร เปลี่ยนพนักงานสอบสวนและรื้อทำคดีใหม่ทั้งหมด และทางญาติก็จะไม่ยอมเจรจาตกลงกับเจ้าของรถอีก
หลังจากมีการร้องขอความเป็นธรรม ทางพ.อ.เกษม วังสุนทร เสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ได้รับเรื่องและรับปากกับจะนำเรื่องเรียน กับ พล.ต.อุกฤษณ์ เพื่อทำหนังสือถึงพล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปางให้ทำหนังสือเปลี่ยนพนักงานสอบสวนและให้พนักงานสอบสวนคนใหม่ทำการสอบสวนและรื้อคดีใหม่ทั้งหมด ซึ่งพ่อแม่และญาติของน.ส.อรุญรัตน์ ก็พอใจ ยอมสลายตัวกลับบ้าน
นางนงนุช เปิดเผยอีกว่า ส่วนลูกชาย ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้วแต่นอนรักษาตัวอยู่ที่ตึกสิทธิเกษม ส่วนศพน.ส.อรุญรัตน์ ตอนแรกจะทำการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.)แต่จะปิดศพไว้ก่อนยังไม่เผา รอเรื่องคดีมีความคีบหน้าก่อนถึงจะมีการตกลงว่าจะเผาเมื่อไหร่





