ผช.ผบ.ตร.รุกหนัก เตรียมแผนปราบปรามผู้ลักลอบนำเข้า-ส่งออกเชื้อเพลิงตามตะเข็บชายแดน สั่งเฝ้าระวัง4จุด
ที่ห้องประชุมพิณทอง โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง แถลงข่าวยุทธการปราบปรามน้ำมันเถื่อนพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งยังได้เป็นประธาน โครงการอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ในเวลาเดียวกันนี้
พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ในเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้มนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีนายทุนหรือกลุ่มบุคคลผู้ลักลอบทั้งนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งดำเนินการเป็นรายย่อยและรายใหญ่ ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือ มีจุดที่ต้องเฝ้าระวังอยู่ 4 จุด ได้แก่ เขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เขตอำเภอแม่สาย อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งพบว่าทั้ง 4 จุด เป็นเขตติดต่อระหว่างพม่าและลาว โดยร้อยละ 90 ของเชื้อเพลิงที่มีการลักลอบนำเข้าและส่งออก เป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ทั้งนี้ ส่วนมากเป็นการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเหตุผลสำคัญที่มีการลักลอบนั้น เกิดจากในประเทศเพื่อนบ้าน ก๊าซมีราคาสูง หายากและคุณภาพต่ำกว่าก๊าซจากประเทศไทย สำหรับมาตรการที่จะเร่งดำเนินการนั้นจะได้บังคับใช้กฎหมายพิเศษ โดยผู้ที่นำเข้าหรือส่งออกเพื่อนำมาใช้ จะมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่าของมูลค่าเชื้อเพลิงและผู้ที่นำเข้าหรือส่งออกเพื่อจำหน่าย โทษจำคุก 20 ปี ปรับ 10 เท่าของมูลค่าเชื้อเพลิง
"ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตระหนักในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยทุกคน ก๊าซหุงต้มเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงกระทบต่อภาคขนส่ง หรือภาคอุตสาหกรรม แต่ยังโยงไปถึงภาคครัวเรือน ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มบุคคลหรือนายทุนที่กระทำผิด ไม่สมควรหาผลประโยชน์บนความจำเป็น ฉกฉวย แสวงหาผลประโยชน์จำนวนมหาศาล ซึ่งกระทบกับผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้"พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าว
พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวอีกว่า ต้องมีมาตรการ การสืบค้นหาข่าวอย่างต่อเนื่องและปรับวิธีการ ในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งมีการบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร ซึ่งปัจจุบันได้มีได้ประสานงานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 รวมทั้งกรมสรรสามิต กรมศุลกากร ทุกหน่วยต้องเร่งรัดและรณรงค์เต็มที่ เน้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รวมทั้งเหล่าพี่น้องประชาชน ก็สามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสให้แก่เจ้าหน้าที่ได้โดยตรง เพราะปัญหาเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกคน หากทุกฝ่ายช่วยกันย่อมสามารถป้องกันแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ด้านการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับมาตรการการดำเนินงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดโครงการอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งที่ 4 ประจำปี 2557 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.30 น.ที่ผ่านมา โดยจะมีการอบรมต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2557 เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความรู้ความสามารถในการสืบสวน ตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานและประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ เพื่อรับทราบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติงาน รวบรวมปัญหาและเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ปฏิบัติและวิทยากร โดยมีเจ้าหน้าที่สังกัดตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตำรวจน้ำในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วมการอบรมกว่า 50 นาย





