"พ.ต.อ.สีหนาท"เผยระบบเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้ยังมั่นคงแม้เกิดเหตุร้ายรายวัน เผยธุรกรรมการเงินพุ่งสูงกว่ากระบี่
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เปิดเผยผลการวิเคราะห์การทำธุรกรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงปี 2554-2556 ว่า ในภาพรวมการไหลเวียนของเงินสดในสถาบันการเงินซึ่งมีการฝากถอนเกิน 2 ล้านบาท แม้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ยังไม่ลดลง จะเห็นได้ว่าในปี 2554 จ.ยะลามีการทำธุรกรรมมูลค่า 25,855 ล้านบาท แม้ว่าในปี 2555 จะลดลงเหลือ 18,124 ล้านบาท และในปี2556 ลดลงเหลือ 14,890 ล้านบาท โดยในปี 2554 จ.ปัตตานีมีมูลค่าการทำธุรกรรม 14,716 ล้านบาท ในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น17,722 ล้านบาท และลดลงเหลือ 15,459 ล้านบาท ส่วนการทำธุรกรรมในจ.นราธิวาส ในปี 2554 มีมูลค่า 10,568 ล้านบาท ลดในปี 2554 เหลือ 9,082 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นในปี 2556 เป็น 9,818 ล้านบาท โดยค่าเฉลี่ยการทำธุรกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งปีประมาณ 15,137 บาท
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า หากเปรียบเทียบวงเงินการทำธุรกรรมเงินสดในพื้นที่ 3 จังหวัดกับจังหวัดท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ในปี 2555 พบว่าสูงกว่าจังหวัดระนอง จังหวัดนครพนม ในขณะที่จังหวัดนราธิวาส มีมูลค่าใกล้เคียงกับจ.ลำพูน และจ.พังงา และสูงกว่าจ.ตราด นอกจากนี้ยังพบอีกว่าในปี 2556 จ.ปัตตานี มีธุรกรรมเงินสดมากกว่าจ.ยะลาและนราธิวาส โดยมีมูลค่าธุรกรรมเทียบเท่าจ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูง ขณะที่จ.ยะลาก็มีมูลค่าธุรกรรมเงินสด แซงหน้าจ.นครพนม ระนองและพังงา ส่วนในจังหวัดนราธิวาส ก็ยังคงมีกระแสเงินสดสะพัดเทียบเท่าจ.ลำพูน และจ.ตราด
"ปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้มีการทำธุรกรรมเงินสดมาก ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนของบริษัทเอกชนแล้วยังมีเม็ดเงินจากงบประมาณของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ส่วนเงินจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาไม่จำเป็นจะต้องเข้ามาในพื้นที่นี้โดยตรงแต่อาจจะลงไปพื้นที่อื่นแล้วย้อนกลับมาในพื้นที่ได้ ส่วนเงินในรูปแบบการบริจาคผ่านเข้ามาในองค์กรเอกชน มูลนิธิหรือองค์กรการกุศล ที่เกรงว่าจะนำเข้ามาใช้ในการก่อความไม่สงบนั้น ที่ผ่านมาปปง.ก็มีการจับตาเป็นพิเศษแต่ยังไม่พบความผิดปกติใด ๆ เท่าที่ตรวจสอบขณะนี้เป็นการทำธุรกรรมเงินสดผ่านสถาบันการเงินมากกว่า"เลขาฯปปง. กล่าว
พ.ต.อ. สีหนาท ยังกล่าวถึงการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด หลังจากก่อนหน้านี้ปปง.ได้ประกาศรายชื่อบุคคลตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติไปแล้ว 40 รายชื่อ หลังจากก่อนหน้านี้หน่วยงานด้านความมั่นคงเคยมีการขึ้นบัญชีผู้ต้องสงสัย 4,000 รายชื่อ ตามหมายจับในความผิดก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้ปปง.ก็ตรวจสอบไปเรื่อย ๆ ส่วนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับสถาบันเงินหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาหากธนาคารตรวจสอบพบก็จะมีขบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงกับลูกค้าอยู่แล้วและจะระงับการทำธุจกรรมทันที ส่วนพวกที่มีรายชื่อทั้งหมดก็ถูกระงับการทำธุรกรรมไปแล้วจึงไม่น่าวิตก


