กกต.สั่งดำเนินคดีจนท.รัฐไม่เป็นกลาง

กกต.สั่งดำเนินคดีจนท.รัฐไม่เป็นกลาง

กกต.ยกคำร้องส.ส.สุรินทร์ ดำเนินคดีอาญาจนท.รัฐไม่เป็นกลาง พร้อมมติกกต.แจกใบแดงเลือกตั้งท้องถิ่น2แห่ง

นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย แถลงว่า ที่ประชุมกกต.เมื่อวันที่ 29 ก.ค. มีการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.กรณีร้องเรียนว่านายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส. จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย รู้เห็นเป็นใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐคือกำนัน นายกและรองนายกองค์การบริหารส่วนส่วนตำบลดอนแรด จ.สุรินทร์ กระทำการเพื่อจูงใจ ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ อันมีผลต่อคะแนนเลือกตั้ง โดยการแจกผ้าห่มให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยกกต.สืบสวนแล้วมีมติยกคำร้อง เนื่องจากไม่พบหลักฐานความเชื่อมโยงถึงตัวผู้สมัคร แต่ให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐเนื่องจากวางตัวไม่เป็นกลางตามมาตรา 57 ประกอบมาตรา 137 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นางรำพรรณ ศรีทะโร กำนันตำบลดอนแรด นายสุรเวช ศรีทะโร นายกฯอบต.ดอนแรด และนายบุญมี โสภัง รองนายกฯอบต.ดอนแรด

นอกจากนี้กกต.ยังมีมติยกคำร้องกรณีร้องเรียนว่านายบัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย ส.ว.จ.ชัยภูมิ ติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงนอกเวลาที่กฎหมายกำหนดเนื่องจากผลการสอบสวนพบว่ามีการติดตั้งป้ายดังกล่าวในพื้นที่ไว้อยู่แล้วและยกคำร้องกรณีร้องเรียนว่านายบุญส่ง ไข่เกษ ส.ว. จ.ตราด รู้เห็นเป็นใจให้มีการใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครรายอื่น ผ่านทางเว็บไซต์เฟชบุ๊ก" “คนตราด ไม่เอาคนโกง” และทำแผ่นพับหาเสียงไม่เป็นไปตามระเบียบของกกต.จากการตรวจสอบ พบว่าไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของและผู้ถูกร้องแค่เพียงไปกดไลท์แฟนเพจเท่านั้น จึงไม่สามารถระบุได้ว่าเพจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ส่วนแผ่นพับหาเสียงก็เป็นเพียงประวัติและผลงานของผู้สมัครท่านั้น

นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย แถลงว่า ที่ประชุมกกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง ) และดำเนินคดีอาญานายวิชัย ถีระปราโมทย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และพระครูสุนทรพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาขวาง กรณีหาเสียงสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจในคะแนนเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครและกกต.ยังมีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) และดำเนินคดีอาญากับนายบุญถิ่น ปิดตาฝ้าย นายกสภาเทศบาลตำบลประทาย เขต 1 อ.ประทาย จ.นครราชสีมา นางรุ่งทิวา มานะดี นางนรินทร์พร พลวงนอก นายณัฐพงษ์ เปล่งรัศมี และนายปิยวัฒน์ ศรีนอก สมาชิกสภาเทศบาลตำบลประทาย กรณีมีผู้ร้องว่า บุคคลดังกล่าวมีการเสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจและมีผลต่อคะแนนเลือกตั้ง

ทั้งนี้กกต. ยังมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลระโนด จ.สงขลา กรณีที่ร้องเรียนว่าทีมงานของนายเลิศ คงเย็น นายกฯอบต.ระโนด ไปปราศรัยใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิดแก่ผู้ร้องเมื่อวันที่ 21มี.ค.57 ที่บริเวณสนามโรงเรียนบ้านมหากาฬ(เฉียงพงศ์) หมู่ 2 ตำบลระโนด อำเภอระโนด รวมทั้งดำเนินคดีอาญากับนายสมหมาย ภักดี ทีมงานผู้ปราศรัยด้วย และยังมีมติสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปง อ.สูงเม่น จ.แพร่ กรณีร้องเรียนว่านายพงศ์พณิช เวียงทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปง อ.สูงเม่น จ.แพร่ ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ไปเลือกตั้ง ด้วยการจ้างรถแบ็คโฮและรถบรรทุกดินลูกรังไปถมถนนและพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตตำบลบ้านปง หมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 5 พร้อมทั้งให้ดำเนินคดีอาญานายสมกาจ กาบจันทร์ ด้วย

นอกจากนี้ตามมติของกกต.ดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยหลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ดังนั้นจึงต้องส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและหากศาลอุธรณ์เห็นตามสำนวนของกกต. ผู้ถูกร้องก็จะต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่เนื่องจากมีประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช. )จึงยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้นในส่วนของ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องให้ปลัดท้องถิ่นนั้น ๆ รักษาการแทนและในกรณีเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหากพบว่ามีสมาชิกเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งก็จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาตามประกาศของคสช.ทันที