"โค้ชเช" เช ยอง ซอก สงสาร "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ ที่ถูกสังคมลงโทษ ระบุอ้าแขนรับเข้ามาติดทีมชาติ
พร้อมกันนี้อยากให้ทุกอย่างยุติลงด้วยดี เพื่อตั้งหน้าทำงานคว้าเหรียญทอง ยูธโอลิมปิกเกมส์ และ เอเชี่ยนเกมส์ กลับมา รวมทั้งขอโค้ชให้ทีมชาติไทยเป็นแห่งสุดท้าย
ความคืบหน้ากรณี "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน ออกมาแฉในโลกสังคมออนไลน์ว่า ถูก "โค้ชเช" เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ลงโทษเกินกว่าเหตุ จนเป็นกระแสไปทั่ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ทำการสมาคมเทควันโดไทย ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก
โค้ชเช ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขอโทษทุกคนกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนทำให้หลายคนเป็นห่วงไม่คิดว่า เรื่องดังกล่าวจะรุนแรงเป็นกระแสสังคมแบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกสงสารและเห็นใจ "น้อยก้อย" ไม่น้อย เพราะยังมีอนาคตอีกไกล ติดทีมชาติชุดชิงแชมป์เอเชีย และ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ซึ่งทั้งสองรายการก็มีเหรียญรางวัลกลับมา แต่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากประสบการณ์ในเวทีระดับนานาชาติของ รุ่งระวี น้อยเกินไป ทำให้ไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ลงแข่งขัน ซึ่งตอนนั้นคู่แข่งชาวเกาหลีใต้มารอเกินเวลาไปแล้ว 5 นาที ทั้งที่จริงใน ซีเกมส์, ชิงแชมป์เอเชีย, ชิงแชมป์โลก และโอลิมปิกเกมส์ ถ้าเกิน 1 นาทีก็จับแพ้ฟาวล์แล้ว ส่วนเป้าหมายข้างหน้าคือการกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์
"สาเหตุที่ต้องลงโทษนั้น เพื่อต้องการให้จดจำและจะได้ไม่ทำแบบนี้อีก เพราะตัวของ รุ่งระวี มีชื่ออยู่ชุดเตรียมตัวไปอินชอนเกมส์ด้วย หากเรื่องนี้เราไม่อบรมสั่งสอนไปอาจจะเกิดข้อผิดพลาดในรายการต่อไปก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้น รุ่งระวี เพิ่งเข้ามาติดทีมชาติแค่ไม่กี่เดือน จึงไม่เข้าใจระบบลงโทษของผม ที่สำคัญหลังการทำโทษทุกครั้งก็จะเรียกนักกีฬามาพูดคุย เพื่ออธิบายความผิดต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับขอโทษและให้กำลังใจนักกีฬาทุกครั้งไปเพื่อสู้ต่อไป"
เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ กล่าวอีกว่า ที่ออกมาพูดเรื่องราวทั้งหมด เพื่อต้องการให้สังคมได้รับรู้ความจริงและอยากให้เรื่องนี้ยุติลงได้แล้ว ส่วนตัวยังพร้อมและยินดีต้อนรับ รุ่งระวี เข้ามาสู่นักกีฬาทีมชาติต่อ หากเจ้าตัวยังมีความต้องการอยู่ เพราะตัวเองเหมือนครูบาอาจารย์ที่สอนลูกศิษย์ และเป้าหมายที่ตนตั้งเอาไว้คือพาทีมไทยคว้าเหรียญทองโอลิมปิก นอกจากนั้นจะเป็นโค้ชที่เมืองไทยเป็นแห่งสุดท้าย
"ผมเป็นโค้ชให้กับทีมชาติไทยมา 12 ปี ทำให้รู้สึกรักประเทศไทยมาก แม้ว่าจะเป็นคนเกาหลีก็ตาม คิดว่าที่นี่คือบ้านหลังที่สอง อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีสัญญากับทางสมาคม เหมือนลูก เพราะผมคิดว่าเรื่องนั้นมันไม่สำคัญ การทำงานที่นี่ทุกอย่างคือครอบครัวนักกีฬาคือลูกสาวและลูกชาย อีกทั้งไม่รู้ว่าจะเป็นโค้ชทีมชาติไทยอีกนานเท่าไหร่ แต่มั่นใจว่าผมเป็นโค้ชที่นี่เป็นที่สุดท้าย” โค้ช เช กล่าว





