ไร้เงา "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ ในการสอบสวนค้นหาความจริง ของสมาคมเทควันโดไทย หลังกล่าวหา "โค้ชเช"
เช ยอง ซอก ทำร้ายร่างกาย "เสธ.โต" พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานสอบสวนฯ ยั้วะจัดถึงกับบอกว่า หากเป็นสมัยก่อน "เอาตาย" เพื่อต้องการให้สังคมได้รับความกระจ่าง ระบุขอให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี เพื่อให้เด็กคนนี้มีที่ยืนในสังคมต่อไป ขณะที่ "โค้ชเช" จะเดินทางกลับมาคืนวันที่ 20 ก.ค.เวลา 22.20 น.
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ทำการสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก "เสธ.โต" พลเรือเอกสุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตประธานเตรียมทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในฐานะประธานสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีปัญหาอื้อฉาวระหว่าง "โค้ชเช" เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้วัย 40 ปี ที่ถูกลูกศิษย์ในแคมป์ของตัวเอง คือ "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวรุ่นประชาชนอายุ 23 ปี ออกมาแฉว่า ถูก "โค้ชจอมเฮี้ยบ" ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกายชกเข้าไปที่ใบหน้าและท้องจนได้บาดเจ็บ ระหว่างการแข่งขันเทควันโด "โคเรียลโอเพ่น 2014" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่เมืองกองจู ประเทศเกาหลีใต้ หลังเจ้าตัวลงสนามแข่งขันช้าเนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันตัวไม่พร้อม จนเกือบจะถูกกรรมการผู้ตัดสินจับแพ้ฟาว์ลให้กับคู่ต่อสู้ชาวเกาหลีใต้ จนเป็นข่าวโด่งดังกระแสสังคมในขณะนี้
ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดหมาย "น้องก้อย" ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงรายละเอียดแต่อย่างใด ทำให้ "เสธ.โต" พร้อมด้วย ดร.สมคิด ปิ่นทอง อดีตรองผู้ว่าการ กกท., นายเลิศ นิตย์ธีรานนท์ เลขาธิการสมาคมฯ และ "บิ๊กชา" นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมฯ ต้องประชุมร่วมกัน ก่อนจะร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนว่า เสียดาย "น้องก้อย" รุ่งระวี ไม่ได้มาให้ข้อเท็จจริง ทั้งที่จริงกระแสสังคมต้องการได้ยินจากปากของเจ้าตัวว่า มันเกิดเรื่องอะไร แต่เมื่อ รุ่งระวี ไม่มาก็ไม่มีการตัดสิน และอยากให้เรื่องนี้ยุติลงด้วยดี เพราะดูไปมีแต่เสียหายสำหรับ "น้องก้อย" หากเป็นสมัยก่อนที่ตัวเองรับราชการทหารเรือ และมีตำแหน่งประธานเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย หากเรียกนักกีฬาคนใดมาสอบสวนแล้วไม่ยอมมา ถือว่า มีความผิดและเอาตายแน่ เพราะไม่เคยมีนักกีฬาคนไหนทำแบบนี้กับตัวเองมาก่อน
อย่างไรก็ตาม "เสธ.โต" กล่าวว่า กีฬาชนิดนี้คือ สมบัติของชาติ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนมีส่วนร่วมกัน ตนอยากจะหาทางออกให้กับนักกีฬา เพื่อจะได้มีที่ยืนในสังคมต่อไป เพราะนักกีฬาคนนี้อายุเพิ่ง 23 ปีเท่านั้น ยังมีโอกาสพัฒนาตนเองไปได้อีกยาวไกล แต่เมื่อมามีปัญหาแบบนี้ก็อยู่ลำบาก เพราะไม่คิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ใช้อารมณ์เกินไป ก่อนจะปล่อยไปในสังคมออนไลน์ ซึ่งถือว่า เป็นดาบสองคม
สำหรับ กรณีที่ "น้องก้อย" ต้องการให้ โค้ชเช ออกมาขอโทษผ่านสื่อนั้น "เสธ.โต" กล่าวว่า มันเป็นเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่อดีตโค้ชของ รุ่งระวี มาจากสโมสร อาร์ดีซี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเองถูกพาดพิงจึงมาแสดงตัวความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ พร้อมกับได้มาปล่อยคลิปเสียงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนนั้น ตนอยากถามว่า ออกมาเพื่ออะไร เรื่องนี้ เป็นเรื่องภายในสมาคม และ คณะกรรมการสอบสอนเท่านั้นเอง คนอื่นไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้อง เพราะไม่งั้นปัญหามันจะไม่จบ ยิ่งพูดไปก็ยิ่งเสียกันหมด แถมการสื่อสารออกไปคนละมุมมันจะเสียหายทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามหลัง โค้ชเช เดินทางกลับมาจะมีการพูดคุยเรื่องนี้เพื่อฟังข้อมูลเพิ่มเติม แต่จะไม่มีการตัดสินเพราะทุกอย่างมันสิ้นสุดลงแล้ว
ขณะที่ "บิ๊กชา" นายปรีชา ได้กล่าวว่า อยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยแล้ว เพื่อจะได้มุ่งมั่นตั้งใจทำงานคว้าเหรียญทองในกีฬายูธโอลิมปิก ที่จีน และ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่อินชอน กลับมา เพราะเวลานี้นักกีฬาทุกคนเสียขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่า กระแสมันจะรุนแรงขนาดนี้ แน่นอนหลังโค้ชเชเดินทางกลับมาจะมีการเปิดใจให้ทุกคนได้รับรู้อีกครั้งหนึ่ง ตนยืนยันว่า เหรียญทองกีฬาโอลิมปิกเกมส์ คือ เป้าหมายสำคัญที่สุดที่โค้ชเช อยากจะพานักกีฬาประสบความสำเร็จ มิเช่นนั้นโค้ชเชคงไม่เดินทางกลับมาอย่างแน่นอน
ส่วน "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรวีกรม์ นายกสมาคมฯ ได้กล่าวจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ดีใจที่ โค้ชเช กลับมา เพราะเรายังมีภารกิจสำคัญอีกหลายอย่างต้องทำร่วมกัน ที่ผ่านมาทุกคนบอบช้ำมามากแล้ว จึงอยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี ควรหาเวลามาปรับความเข้าใจกัน เพราะถึงอย่างไรโค้ชกับนักกีฬาก็แยกกันไม่ขาด ที่สำคัญไปกว่านั้นอยากให้โค้ชเชผ่านวิกฤติเรื่องนี้ไปให้ได้ จะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับสมาคมและประเทศชาติต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้ชเช ยอง ซอก ได้โทรศัพท์ติดต่อมาถึง นายปรีชา ว่า จะเดินทางกลับมาวันที่ 20 กรกฎาคม นี้ เที่ยวบิน โอแซด 741 เวลา 22.20 น. พร้อมจะเปิดใจให้สัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย





