เหตุเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ชาวบ้านขอนแก่น ร้องเรียนทหารให้ช่วยเหลือ เป็นหนี้ดอกโหดร้อยละ20ต่อเดือน
วันนี้(18 ก.ค.) ที่กองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่23ค่ายศรีพัชรินทร์ มีชาวบ้านจาก ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น กว่า10คน เข้าพบ พ.อ.ประกิจ ทับทอง รองผบ.มทบ.23 และ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี รักษาการหัวหน้ากองกิจการพลเรือน ที่เคยเข้าขอให้ทหารช่วยเหลือ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน จ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงถึงร้อยละ20ต่อเดือนให้กับนายทุนเงินกู้รายใหญ่ใน อ.กระนวน พ.ท.พิทักษ์พล จึงได้นัดให้ชาวบ้านและนายทุน คือนางหงษ์ และ ด.ต.สุรศักดิ์ โพธิ์ศรีอุ่น สามีภรรยามาไกล่เกลี่ย
นางแก้วตา ชัยบังคม กล่าวว่า ได้ไปกู้ยืมเงินจากนางหงษ์ จำนวน10,000บาท เมื่อ4ปีที่แล้ว เนื่องจากเดือดร้อนมากมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จากนั้นได้ผ่อนชำระเดือนละ2,000บาทเป็นระยะเวลา4ปี บางเดือนจ่ายช้าจะถูกปรับขึ้นเป็นดอกเบี้ยเดือนละ4,000-5,000บาท จนกระทั่งเดือนตุลาคมปีที่แล้วตัดสินใจหยุดจ่าย เพราะเห็นว่ามันน่าจะคุ้มกันแล้วกับเงินต้น10,000บาท แต่เมื่อไม่นานมานี้ ถูกนางหงษ์ทวงเงินให้จ่ายที่ค้างชำระทั้งเงินต้นรวมดอกเบี้ยรวม160,000บาท
" ตอนแรกจะขายที่ดินเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้หมด แต่ก็เห็นว่ามันมากเกินไป จึงตัดสินใจเข้ามาขอให้ทหารช่วยเหลือ ไม่ได้คิดจะเบี้ยวหนี้ ยินดีจะจ่ายเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยที่เหมาะสมหรือดอกเบี้ยตามกฎหมาย"นางแก้วตากล่าว
เช่นเดียวกับนางหนูกูล บุญวงศ์ อายุ66ปี มาจากหมู่บ้านเดียวกัน บอกว่า ลูกสาวไปยืมเงินจากนางหงษ์จำนวน 1,000บาท แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นางหงษ์ได้มาทวงหนี้กับตนเอง เนื่องจากลูกสาวไปทำงานต่างจังหวัด โดยบอกว่าได้ทำเรื่องฟ้องหนี้กับลูกสาวแล้วนับแสนบาท ถ้าไม่จ่ายจะมารื้อเอาบ้าน ถึงกับตกใจเพราะจำได้ว่าลูกไปยืมเงินแค่ 1,000บาท ทำไมถึงเป็นหนี้มากขนาดนั้น จึงเดินทางมาเพื่อขอความเป็นธรรมกับทหารด้วย
นอกจากนี้บางรายบอกว่ากู้เงินจากนางหงษ์2แสนบาท แต่ถูกทวงหนี้ถึง2ล้านบาทที่ผ่านมาได้แต่ยอมรับสภาพผ่อนดอกเบี้ยเดือนละ9,000บาท ไม่สามารถตัดต้นได้แม้แต่บาทเดียว มีหลายคนบอกว่าโง่ที่ไปยืมและยอมรับดอกเบี้ยโหดร้อยละ20ต่อเดือนเอง ก็ต้องยอมรับสภาพ ซึ่งตอนนั้นเดือดร้อนมีความจำเป็นจริง คิดว่าจะสามารถส่งต้นได้ แต่ไม่ได้ ต้องยืดเยื้อมานาน เมื่อมีประกาศของ คสช.ที่จะให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ จึงรวมตัวมาขอความช่วยเหลือจากทหาร
ขณะเดียวกันได้มี น.ส.แก้ว เดินทางมาขอความช่วยเหลือแทนแม่คือนางยุพา สมจิตร ที่นำที่ดินเป็นประกันกู้เงิน40,000บาท สุดท้ายต้องสูญเสียที่ดินไปอย่างไม่เป็นธรรม
ระหว่างที่เล่ารายละเอียดนั้น น.ส.แก้วกับนางหงษ์ถึงกับเกือบมีปากเสียงกัน จน พ.ท.พิทักษ์พล ต้องรีบทำการไกล่เกลี่ย โดยถ้าหากว่าเรื่องของรายใดอยู่ระหว่างการฟ้องร้องหรือถึงศาลแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนรายอื่นๆที่ ต.ดูนสาด มีผู้ที่เป็นลูกหนี้ของนางหงษ์จำนวนมาก ได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างก็ยอมรับที่จะทำสัญญาหนี้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
พ.ท.พิทักษ์พล กล่าวว่า วันนี้นอกจากจะมีกลุ่มชาวบ้านจาก อ.กระนวน มาร้องเรียนเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังมีชาวบ้านจาก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น จำนวน18คน มาขอให้ความช่วยเหลือเนื่องจากไม่ได้รับค่าขายฝากข้าว จำนวนรวมกันกว่า4ล้านบาท ให้กับร้านรุ่งวัฒนาการเกษตร อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ซึ่งกรณีนี้ได้ประสานตำรวจภาค 4เข้ามารับเรื่องและดำเนินการแล้ว





