เจ้าหนี้นอกระบบวอนทหารเห็นใจ ภายหลังลูกหนี้ในลำพูนร้องเรียนถูกข่มขู่ ทหารย้ำห้ามใช้ความรุนแรง
วันนี้(16 ก.ค.) พ.อ.จิตติวัศร์ ศรสุวรรณ์ รอง ผอ.กอ.รมน.จ.ลำพูน พ.อ.บุญยืน อินกว่าง ผบ.กกล.รส.พล.ร.7 สย.1 และ พ.ท.ธนารักษ์ พรหมสิทธิ์ รองเสนาธิการ กกล.รส.พล.ร.7 สย.1 ประชุมผู้ประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบ เพื่อชี้แจงนโยบายการทำงานของ คสช. ตามประกาศ คสช. ฉบับที่46/2557 เรื่องความผิดเกี่ยวกับการติดตามทวงหนี้ ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้เป็นลูกหนี้ของผู้ประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบว่าถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรมทั้งการข่มขู่ การทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ได้รับความเดือดร้อนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ ทาง พ.อ.จิตติวัศร์ ได้กำชับว่าห้ามใช้วิธีการทวงหนี้ที่รุนแรงกับชาวบ้านอย่างเด็ดขาด หากได้รับการร้องเรียนเข้ามาอีกจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป พร้อมทั้งจะได้ให้ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้มาพูดคุยเพื่อหาข้อยุติโดยให้ความเป็นธรรมทั้ง2 ฝ่ายในโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตามก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผู้แทนเจ้าหนี้กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำหรับการทวงเงินจากลูกหนี้ไม่เคยใช้เคยใช้ความรุนแรง การข่มขู่หรือการทำร้ายร่างกายไม่มี ลูกหนี้ทุกรายที่มาเพื่อต้องการให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อได้เงินแล้วกลับเลี่ยงการชำระหนี้ ซึ่งยอมรับว่าลูกหนี้บางรายหายสาบสูญไปเลยก็มี อยากให้ทางทหารเห็นใจบ้าง
สำหรับประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่46/2557 เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการติดตามทวงหนี้ ด้วยปรากฏว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีพฤติกรรมในการติดตามทวงถามหนี้จากชาวนาอย่างไม่เป็นธรรมและเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฏหมาย โดยผู้กระทำความผิดไม่เกรงกลัวต่อการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และโทษที่จะได้รับสำหรับความผิดนั้นเพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงออกประกาศดังต่อไปนี้ ผู้ใดข่มขืนใจชาวนาให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของชาวนาหรือบุคคลที่3 จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน2ปีหรือปรับไม่เกิน40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


