คปก.ไฟเขียวเอกชน6รายทำเหมืองแร่ ระบุ พื้นที่35ล้านไร่ในเขต ส.ป.ก.ไม่ได้เหมาะสมกับเกษตรกรรมทั้งหมด
นายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่2/2557 มีมติอนุญาตให้บริษัทและบุคคล 6 ราย สามารถใช้ที่ดินส.ป.ก.ในการทำเหมืองแร่ได้ โดยที่ดินทั้งหมดที่พิจารณาในครั้งนี้มีจำนวนประมาณ 1,060 ไร่ ในจ.ราชบุรี, จ.กาญจนบุรี, จ.ศรีสะเกษ และจ.สุราษฎร์ธานี
ซึ่งการพิจารณาในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541
ในการพิจารณา จะต้องมีการประเมินว่าพื้นที่นั้นๆ ไม่มีความเหมาะสมต่อการทำเกษตรกรรม และบริษัทที่ยื่นขอความยินยอมใช้ที่ดินส.ป.ก.จะต้องมีใบประทานบัตรจากกระทรวงอุตสาหกรรมก่อน ดังนั้นการทำเหมืองแร่ดังกล่าวจึงผ่านการคัดกรองมาแล้วตามระเบียบกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น การจัดทำ EIA การรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่
“35 ล้านไร่ในเขต ส.ป.ก. ที่มีไม่ได้เหมาะกับการทำเกษตรกรรมทุกที่ เพราะเป็นที่ดินที่ได้รับมอบมา บางที่ลักษณะเป็นป่าเสื่อมโทรม ก็ไม่ต้องการให้กฎหมาย ส.ป.ก. ไปขัดขวางกฎหมายอื่นที่จะทำประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจประเทศได้มากกว่า” นายวีระชัย กล่าว
นายวีระชัย กล่าวว่า พื้นที่ที่อนุญาตให้เอกชนทำเหมืองแร่บางส่วนเป็นที่ดินที่จัดสรรให้เกษตรกรไปแล้ว แต่ถือเป็นส่วนน้อย ซึ่งส่วนนี้จำเป็นต้องเจรจาให้เกษตรกรสละที่ดินคืนแก่ส.ป.ก. โดยเกษตรกรยังมีสิทธิยื่นขอที่ดินใหม่ได้ ด้านผู้ประกอบการเองก็ต้องเจรจาเพื่อชดเชยเป็นค่าสินแร่ให้กับผู้มีสิทธิทำกินเดิมด้วย
ทั้งนี้บริษัทและบุคคลที่ยื่นขอความยินยอมใช้ที่ดินส.ป.ก. ได้แก่ บจก.สินธนันต์, บจก.เหมืองแร่เฟลด์สปาร์ ราชบุรี, นายภคคม ถาวรเจริญสุโข, หจก.ศิลาภูฝ้าย, หจก.ศรีสะเกษเหมืองแร่ และนายพรสิทธิ์ ด่านวนิช ขอใช้ที่ดินส.ป.ก.เพื่อทำเหมืองแร่เฟลด์สปาร์, ฟอสเฟต, ไดโลไมต์, หินบะซอลต์, ยิปซั่ม และแอนไฮไดรต์
"ปีนี้ส.ป.ก.ตั้งเป้าที่จะจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรให้แล้วเสร็จ 6 หมื่นกว่าราย และหลังจากนี้จะเร่งทำโครงการจัดซื้อที่ดินซึ่งส.ป.ก.มีงบประมาณปีละกว่า 2,000 ล้านบาท "





