โจรใจบาป เดินสายออกตระเวนฉกทรัพย์จากภายในวัด ช่วงเทศกาลวันพระใหญ่
ทั้งที่มีผู้คนเข้ามาทำบุญพลุกพล่าน ล่าสุดย่องอุ้มเชิงเทียนโบราณรูปหงส์ เครื่องทองเหลืองยุคเก่าแก่อยู่คู่วัดย่านชานเมืองแปดริ้วหายไป ภาพจากกล้องวงจรปิดชัดโจรชายหญิงพุ่งเป้าเข้าหาวัตถุเก่าเก็บของทางวัดทันที
พ.ต.ท.คมพล ขำคง พนักงานสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายสองชายหญิง เขามาก่อเหตุโจรกรรมลักทรัพย์สินจากภายในวัดหัวเนิน ตั้งอยู่เลขที่ 100 ม.3 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนได้ทรัพย์สินไปเป็นเชิงเทียนบูรชาพระเก่าแก่ของทางวัด รูปทรงเรือหงส์ จำนวน 3 อัน ก่อนขับรถหลบหนีไป จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ พร้อมใช้วิทยุแจ้งสกัดจับคนร้ายไปยังท้องที่ใกล้เคียง
ที่เกิดเหตุ ภายในโบสถ์หลังเก่า ซึ่งมีรูปแบบการปลูกสร้าง และตกแต่งภายในด้วยงานศิลปะแบบโบราณด้วยลวดลายแกะสลักบนบานประตู หน้าต่าง พร้อมด้วยภาพจิตกรรมฝาผนังเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในพุทธประวัติ ที่มีการลงเส้นวาดลวดลายไว้โดยรอบฝาผนังภายในโบสถ์ จนดูตระการตา
ที่บริเวณแท่นจุดธูปเทียนบูรชาพระประธาน ภายในโบสถ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเชิงเทียนแบบเรือสุพรรณหงส์จำนวน 3 อันนั้น ได้หายไปทั้งหมด โดยมีเชิงเทียนที่ทำจากเนื้อทองเหลืองรูปทรงเรือสุพรรณหงส์ขนาดความยาวกว่า 1 เมตร จำนวน 1 อัน และขนาดยาว 70-80 ซม. จำนวน 2 อัน
หลังการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าคนร้ายเป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีเขียว
แถบแขนสีชมพู นุ่งกางเกงยีนสีน้ำเงิน ส่วนฝ่ายหญิงอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อคลุมสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีเทา ทั้งสองได้เดินเข้ามาภายในโบสถ์จากประตูด้านหน้าคนละฝั่ง จากนั้นทั้งสองได้เดินพุ่งตรงเข้าไปยังที่โต๊ะวางเชิงเทียน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะใช้เสื้อคลุมหอมอุ้มเอาเชิงเทียนอันเล็กทั้งสองอันไป ส่วนฝ่ายชายนั้น ได้เข้ามาหิ้ว อุ้มเอาเชิงเทียนอันใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมากไป 1 อัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับไปขึ้นรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีบรอนด์ป้ายแดง ขับหลบหนีไป
พระวัฒนา จิตดี อายุ 44 ปี พระลูกวัดดังกล่าว เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ มีพระที่นั่งพักอยู่ด้านบนกุฏิชั้นสอง ซึ่งอยู่ห่างจากโบสถ์ประมาณ 50เมตร ได้เห็นชายหญิงหอบอุ้มเอาสิ่งของออกจากโบสถ์ไป จากนั้นได้รีบพากันขับรถออกจากวัดไปอย่างรวดเร็ว จึงเกิดความสงสัยและได้แจ้งให้แก่อาตมาซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบภายในโบสถ์ทราบ และเมื่อเข้ามาดูก็ได้พบว่ามีสิ่งของหายไป
โดยเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว โดยครั้งก่อนเมื่อช่วงของวันเทศกาลวิสาขบูชา ประมาณ ช่วงกลางเดือน พ.ค.57 ที่ผ่านมานั้น ได้มีกลุ่มชายหญิงจำนวน 4 คน ใช้รถยนต์ลักษณะเดียวกันนี้แอบเข้ามาก่อเหตุ ปลดเอาเงินจากต้นกล้วยที่บรรดาญาติโยมนำผ้าป้าเข้ามาทำบุญถวายวัด
จากภายในโบสถ์แห่งนี้ไป จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ที่ตำรวจยังติดตามจับกุมตัวมาไม่ได้ จากนั้นในวันนี้จึงได้หวนกลับเข้ามาก่อเหตุอีก
และเชื่อว่าน่าจะวนเวียนเข้าไปก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ ในวันอื่นๆอีกหลายวัด หลังจากช่วงเพิ่งผ่านพ้นเทศกาลทำบุญใหญ่แล้วเสร็จ
ด้าน พระครูสิทธิสาระพิมล อายุ 53 ปี พรรษา 22 เจ้าอาวาสวัดหัวเนิน กล่าวว่า เชิงเทียนทองเหลืองที่ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยไปนี้ เป็นของเก่าแก่อยู่คู่กับวัดแห่งนี้มานานก่อน ที่อาตมาเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่เป็นเจ้าอาวาสที่วัดนี้ ได้เพียง 12 ปี ซึ่งวัดแห่งนี้มีพระประธานสำคัญ คือ หลวงพ่อชนะสงคราม
ที่ถูกอันเชิญมาจากวัดตึกเมื่อกว่า 90 ปีก่อน จึงมีผู้คนที่เชื่อในความเป็นสิริมงคล เดินทางเข้ามานมัสการกราบไหว้ ทำบุญ อยู่ตลอดทางวัดจึงจำเป็นที่จะต้องเปิดโบสถ์ไว้ให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสและเชื่อในความเป็นมงคลของชื่อพระประธาน ได้เข้ามาทำบุญ และเข้ามาขอพรเสริมเป็นสิริมงคลชีวิต ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้า 06.30 น. ถึง 17.30 น. จึงง่ายต่อการที่กลุ่มคนร้ายจะแอบแฝงตัวเข้ามา ในลักษณะของผู้ที่จะเข้ามาทำบุญกราบไหว้พระ
แต่กลับเข้ามาก่อเหตุโจรลักทรัพย์ และโจรกรรมเอาทรัพย์สินของทางวัดไปโดยเหตุการณ์ คนร้ายเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินจากภายในวัดแห่งนี้ไปนั้น เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากช่วงของเทศกาลวันพระใหญ่ รวมทั้งหมด 5ครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ในวันนี้คนร้ายจึงได้หวนกลับเข้ามาก่อเหตุอีก
พ.ต.ท.คมพล กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายน่าจะตั้งใจเข้ามาขโมยเอาเชิงเทียนของทางวัดไปโดยตรง เพราะดูจากภาพในกล้องวงจรปิดแล้วเห็นว่า
คนร้ายทั้งสองคนนั้นพากันเดินมุ่งตรงเข้าไปยังเป้าหมายที่ต้องการในทันที ซึ่งอาจจะเคยเข้ามาดูลาดเลาเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว จึงได้ทำทีเข้ามาในลักษณะของคนเข้ามาทำบุญก่อนที่จะรีบโจรกรรมเอาสิ่งที่ต้องการไป





