"นพรัตน์"ผอ.พระพุทธฯแจงผู้เช่าย่านประตูน้ำ ย้ำชัดไม่ฟ้องขับไล่ ชี้รื้ออาคารต่อเติมจาก3ชั้นเป็น6ชั้น
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์พร รองผอ.โครงการในพระราชดำริ ชี้แจงถึงปัญหาการขอยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินและอาคารในพื้นที่ตลาดประตูน้ำจำนวนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ 79 อาคาร ต่อผู้ประกอบการค้าและผู้อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว
โดยยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ศาสนสมบัติกลางเฉลิมโลก ซึ่งเดิมพศ.ได้จัดทำสัญญาเช่าที่ดินและอาคาร จำนวน 79 สัญญาแบ่งเป็นสัญญาเช่าที่ดินและอาคารรายปี(สัญญาสั้น) จำนวน 32 สัญญา ระยะเวลาเช่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2554 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2556และ สัญญาเช่าอาคารนานปี(สัญญายาว) จำนวน 47 สัญญา ระยะเวลาการเช่าสิ้นสุดลงวันที่ 27 มี.ค.2568 โดยในส่วนสัญญายาวยืนยันจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จนกว่าจะครบอายุสัญญา
ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าตนเซ็นสัญญากับผู้ปรับปรุงที่ดินรายใหม่แล้ว จึงขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงเพราการเซ็นสัญญาซ้อนสัญญามีความผิดตามกฎหมาย ยอมรับว่าที่ผ่านมาพศ.ไม่ได้ทำความเข้าใจกับผู้เช่าเพราะเข้าใจว่าผู้ที่จะเข้ามาปรับปรุงที่ดินใหม่จะต้องเข้าไปเจรจาประสานและทำความเข้าใจกับผู้เช่าเดิม ดังนั้น หากผู้เช่าเดิมไม่ยินยอมที่จะเจรจาหรือรับเงื่อนไขก็ถือเป็นสิทธิที่จะอยู่ทำประโยชน์ต่อไป
นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้เช่าสัญญายาวสบายใจ พศ.ไม่มีนโยบายจะฟ้องขับไล่ใคร และไม่มีแนวคิดที่จะเข้าไปรื้อถอนอาคารตลอด 10 ปีที่ผ่านมาประเด็นข้อพิพาทเกิดจากผู้เช่านำอาคาร 3 ชั้น ไปต่อเติมเป็น 6 ชั้นพร้อมดาดฟ้า สำนักงานเขตราชเทวีจึงเข้าเป็นเจ้าทุกข์ยื่นฟ้องให้รื้อถอนเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยผู้พักอาศัย ในพื้นที่เฉลิมโลก 22 ไร่ มีปัญหาอยู่เพียง 5 ไร่
หากผู้เช่าประสงค์จะอยู่ต่อและต้องการมีความส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นทีเอง สามารถเสนอแผนผ่านทางพศ.ว่าจะทำอย่างไรมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เพิกเฉยไม่ดำเนินการปล่อยให้มีการต่อเติมอาคารผิดกฎหมายแล้วเก็บค่าเช่า ขอให้ผู้เช่ายื่นเรื่องเข้ามาเพื่อทำการตรวจสอบเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นดังกล่าวเมื่อสิบปีที่ผ่านมามีคนมาติดสินบนตนขอให้เซ็นผ่าน แต่ตนบอกว่าไม่ยุ่งขอให้เป็นเรื่องของสำนักงานเขตที่จะนำวิศวกรเข้าไปประเมินโครงสร้างว่ามีความมั่นคงปลอดภัยหรือไม่
ด้านตัวผู้แทนผู้ค้าในย่านดังกล่าวได้ซักถามถึงกลุ่มผู้เช่าสัญญาสั้นที่หมดสัญญาไปแล้วว่าจะสามารถอยู่ต่อได้หรือไม่ นายนพรัตน์ กล่าวว่า กลุ่มที่หมดสัญญาต้องยอมรับในข้อกฎหมายว่าสัญญาเช่าครบอายุแล้ว แต่หากต้องการอยู่ต่อก็ให้ทำข้อเสนอยื่นผ่านพศ. เพื่อนำเสนอคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ(พศป.) พิจารณา ส่วนกลุ่มสัญญายาวขอให้สบายใจว่าจะหากผู้เช่าไม่ยินยอมก็สามารถอยู่ต่อได้ไปจนครบสัญญาในปี 2568 ส่วนประเด็นที่พศ.ทำหนังสือแจ้งเตือนและขอหยุดเก็บค่าเช่าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ยังไม่ใช่การไล่ที่


