สวิตเซอร์แลนด์ หวังเอาชนะอาร์เจนตินา ส่วนเบลเยียมต้องแก้แนวรับเจ็บเตะสหรัฐฯ ศึกบอลโลก คืนนี้(1ก.ค.)
"นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ หวังสร้างประวัติศาสตร์เอาชนะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ให้ได้เป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลโลกรอบ16 ทีมสุดท้ายวันที่ 1 ก.ค. อ็อตมาร์ ฮิตช์เฟลด์ มั่นใจอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขณะที่ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม ต้องแก้ปัญหาแนวรับเจ็บก่อนเตะ "ลุงแซม" สหรัฐ ที่ขนชุดใหญ่ลงเต็มๆ ส่วน ฮอลแลนด์ แซงหน้า เม็กซิโก 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายชน คอสตาริกา ที่ดวลโทษชนะ กรีซ
ศึกฟุตบอลโลก 2014 ในวันที่ 1 ก.ค. เป็นเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม อารีนา เดอ เซา เปาโล ในเวลา 23.00 น. "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แชมป์กลุ่มเอฟ ที่ชนะ บอสเนีย 2-1, ชนะ อิหร่าน 1-0 และ ชนะ ไนจีเรีย 3-2 ในรอบนี้จะพบกับ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ รองแชมป์กลุ่มอี ที่ชนะ เอกวาดอร์ 2-1, แพ้ ฝรั่งเศส 2-5 และ ชนะ ฮอนดูรัส 1-0
ก่อนเกมนี้ สวิตเซอร์แลนด์ หวังเป็นอย่างมากว่าจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีมให้ได้ด้วยการเอาชนะ อาร์เจนตินา ได้เป็นครั้งแรก หลังจากพบกันมา 6 ครั้ง แพ้ถึง 4 ครั้ง และเสมอกัน 2 ครั้ง ซึ่งเกมสุดท้ายที่พบกันในเกมอุ่นเครื่องที่เบิร์นเมื่อเดือนก.พ.2012 ก็เป็น อาร์เจนตินา ที่เอาชนะ 3-1 และเป็นการทำแฮตทริกระดับชาติครั้งแรกของ ลิโอเนล เมสซี
อ็อตมาร์ ฮิตช์เฟลด์ โค้ชชาวเยอรมันของสวิตเซอร์แลนด์ เชื่อมั่นว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ และนัดนี้ก็น่าจะเป็นเกมที่แฟนบอลบราซิลช่วยให้การหนุนหลังสวิตเซอร์แลนด์อย่างเต็มที่ รวมทั้งเชื่อมั่นในระบบการเล่นของทีมที่จะเน้นความเหนียวแน่น และเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้อย่างรวดเร็ว
ในส่วนของตัวผู้เล่น สวิตเซอร์แลนด์ จะไม่มี สตีฟ ฟอน เบอร์เกน กองหลังตัวหลักที่เจ็บทั้งทัวร์นาเมนต์ ดังนั้นแนวรับยังคงใช้ ฟาเบียน ชาร์ กับ โยฮัน ฌูรู ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กต่อไป ขณะที่แดนกลาง กอคฮาน อินเลอร์ กับ วารอน เบห์รามี จะเป็นมิดฟิลด์เกมรุก ขณะที่ตัวรุกจะมี เซอร์ดาน ชากิรี เป็นตัวชูโรง และหัวหอกเดี่ยว โยซิป ดาร์มิช น่าจะได้รับโอกาสก่อน
ขณะที่ อาร์เจนตินา จะไม่มี เซร์คิโอ อาเกโร กองหน้าตัวเก่งที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย คาดกันว่า อเลฮานโดร ซาเบยา กุนซือของทีมจะใช้ เอเซเกล ลาเวซซี ลงมาเล่นแทน และยังจะจัดทีมแบบเน้นเกมรุก 4-3-3 เหมือนเดิม
ตำแหน่งคู่เซ็นเตอร์แบ็กจะเป็น เฟเดริโก เฟอร์นันเดซ กับ เอเซเกล การาย และกองกลางตัวคุมพื้นที่จะเป็น ฮาเวียร์ มาสเคราโน กับ เฟอร์นันโด กาโก และให้ อังเคล ดิ มาเรีย เดินเกมรุก ขณะที่ 3 กองหน้าจะมี ลิโอเนล เมสซี, เอเซเกล ลาเวซซี และ กอนซาโล อิกัวอิน
เกมอีกคู่ที่สนาม อารีนา ฟอนเต โนวา เมืองซัลวาดอร์ เวลา 03.00 น. "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม แชมป์กลุ่ม เอช ที่ชนะ แอลจีเรีย 2-1, ชนะ รัสเซีย 1-0 และชนะ เกาหลีใต้ 1-0 จะพบกับ "ลุงแซม" สหรัฐ ที่ชนะ กานา 2-1, เสมอ โปรตุเกส 2-2 และ แพ้ เยอรมนี 0-1 ในรอบแรก
มาร์ค วิลมอตส์ กุนซือเบลเยียมมีปัญหาอย่างมากกับการจัดทัพในแนวรับ หลังจากที่ล่าสุดต้องเสีย อองตวน ฟานเดน บอร์ แบ็กขวาของทีมที่ข้อเท้าหัก ขณะที่ 2 ตัวจริงอย่าง แวงซองต์ กอมปานี เจ็บโคนขาหนีบ และ โธมัส แฟร์มาเลน เจ็บต้นขาไม่ได้ลงซ้อมด้วยกันทั้งคู่ และอาจจะไม่ผ่านการทดสอบความฟิตทันลงสนามเกมนี้ นอกจากนี้ โลครองต์ ชิมาน ตัวเซ็นเตอร์แบ็กอีกคน ก็มีอาการบาดเจ็บจากการซ้อมเช่นกัน
ดังนั้น วิลมอตส์ จะเหลือ ดาเนียล ฟาน บุยเตน กองหลังตัวเก๋าที่ฟิตเต็มที่เป็นหลักในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กอยู่เพียงคนเดียว ส่วนในตำแหน่งแบ็กทั้งสองข้างไม่มีปัญหาเมื่อจะใช้ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ แยน แฟร์ตองเกน ลงเป็นตัวจริง
แดนกลางจะไม่มี สตีเฟน เดอ โฟร์ แต่ไม่มีปัญหาการจัดทีมมากนัก มารูยาน เฟลไลนี จะเป็นมิดฟิลด์คู่กลางร่วมกับ อักเซิล วิทเซล ขณะที่ 3 ตัวรุกจะประกอบไปด้วย เอดอง อาซาร์ด, เควิน เดอ บรุน และ ดรีส เมอร์เทน โดยที่หัวหอกตัวเป้า โรเมลู ลูคาคู จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง
ด้าน สหรัฐ ของกุนซือ เจอร์เกน คลินส์มันน์ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่น จะขนทีมชุดใหญ่ลงสนามได้เต็มที่ แนวรับ โอมาร์ กอนซาเลซ ยังน่าจะยึดตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงร่วมกับ แมตต์ เบสเลอร์ เอาไว้ได้ ขณะที่แดนกลางยังคงเป็น 3 ประสานอย่าง เจอร์เมน โจนส์, ไคล์ เบคเคอร์มันน์ และไมเคิล แบรดลีย์ ตัดบอลทำเกมจากแดนกลาง และยังใช้ แกรห์ม ซูซี เป็นทีเด็ดที่ริมเส้น ส่วนหัวหอกแม้ว่า โจซี อัลติดอร์ จะกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่น่าจะเป็นตัวสำรองของ คลินท์ เดมป์ซีย์ ไปก่อน
ฮอลแลนด์ชนคอสาริกา8ทีมท้าย
ขณะที่เมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่คาสเตเลา สเตเดี้ยม เมืองฟอร์ตาเลซา "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ แซงหน้าเอาชนะ "จังโก้" เม็กซิโก 2-1 หลังจากที่ เม็กซิโก ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก โจวานี ดอส ซานโตส นาที 48 แต่เป็น ฮอลแลนด์ มาแซงจากการยิงของ เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ นาที 88 และจุดโทษของ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ในช่วงทดเวลาไปแล้ว 4 นาที
หลังจบเกม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือฮอลแลนด์ ออกมาสดุดีผลงานของลูกทีมที่ช่วยกันเล่นอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะพลิกสถานกาณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคในเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนระอุ
ขณะที่ อาร์เยน ร็อบเบน ปีกจอมเลื้อยของทีมกังหันสีส้ม ออกมาขอโทษ หลังยอมรับว่า พยายามพุ่งล้มมากเกินไป แต่ยืนยันว่า จังหวะที่ได้ลูกจุดโทษเป็นการทำฟาวล์ของ ราฟาเอล มาร์เกซ อย่างชัดเจน
ด้าน มิเกล เอร์เรรา โค้ชเม็กซิโก รู้สึกเสียดายกับผลการแข่งขันเป็นอย่างมาก แม้จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกือบตลอดทั้งเกม และเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอีกด้วย แต่กลับโชคร้ายต้องพลาดท่าตกรอบในช่วงท้ายเกม
ส่วนอีกคู่ที่อารีนา แปร์นัมบูโก เมือง เรซิเฟ "กล้วยหอม" คอสตาริกา ดวลจุดโทษชนะ "เทพนิยาย" กรีซ 5-3 หลังจากเสมอในเวลา 1-1 โดยที่ คอสตริกา นำก่อน 1-0 จากไบรอัน รุยซ์ ในนาที 52 แต่จากนั้นต้องเหลือ 10 คน หลังจาก ออสการ์ ดูอาร์เต โดนไล่ออกจากสนามนาที 66 ทำให้ กรีซ มาได้ประตูตีเสมอจาก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ช่วงทดเวลาไปแล้ว 1 นาที
สำหรับในการดวลจุดโทษตัดสิน หลังจากทั้งสองทีมสังหารไม่พลาดทั้ง 3 คนแรก และ โจเอล แคมป์เบลล์ มายิงให้ คอสตริกา นำ 4-3 ก่อนที่ ธีโอฟานิส เกคาส ยิงไปโดน เคย์เลอร์ นาบาส เซฟ จากนั้น ไมเคิล อูมาญา มาสังหารเสียบตาข่ายให้ คอสตริกา ชนะ 5-3 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยจะเข้าไปพบกับ ฮอลแลนด์ ที่อารีนา ฟอนเต โนวา เมืองซัลวาดอร์ ในวันเสาร์ที่ 5 ก.ค.นี้ เวลา 03.00 น.
หลังจบเกม ฮอร์เก้ หลุยส์ ปินโต้ โค้ชทีมคอสตริกา ยกย่องผลงานของลูกทีมว่า สมควรได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แม้ว่าในครึ่งหลังจะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน มั่นใจอยู่เสมอว่า ทีมของเขาจะต้องเป็นฝ่ายได้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย





