บาร์เซโลนายื่นซื้อซัวเรซ 50ล้านปอนด์แถมอเลกซิส

บาร์เซโลนายื่นซื้อซัวเรซ 50ล้านปอนด์แถมอเลกซิส

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา พร้อมเซ็งลี้ หลุยส์ ซัวเรซ ร่วมทัพ โดยเตรียมยื่นเงื่อนไขเงินสด 50 ล้านปอนด์

บวก อเลกซิส ซานเชส ให้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พิจารณา ขณะที่เจ้าตัวจะได้รับเงินค่าจ้าง 40 ล้านปอนด์ จากสัญญา 5 ปี ที่มีเงื่อนไข "ห้ามกัด" คู่แข่งอีก พ่วงท้าย

หลังจากที่ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ลงโทษแบนห้ามลงสนามในเกมระดับนานาชาติ 9 นัด และห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลทุกระดับเป็นเวลา 4 เดือน จากกรณีที่ไปกัดใส่ไหล่ของ จิออร์จิโอ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี ระหว่างการลงเตะศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบแรก นัดสุดท้าย ก่อนที่อุรุกวัยจะเป็นฝ่ายชนะ 1-0 ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ก็ต้องไปพ่ายโคลอมเบีย 0-2 ตกรอบไปเรียบร้อยแล้วนั้น

จากการลงโทษดังกล่าวของฟีฟ่า นอกจากส่งผลต่อทีมชาติอุรุกวัยแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นต้นสังกัดของซัวเรซ ที่จะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงรายนี้ รวมทั้งสิ้น 12 นัด จนมีกระแสข่าวว่า ลิเวอร์พูลพร้อมที่จะปล่อย ซัวเรซ ออกจากทีม หากได้ค่าตัวราว 65-80 ล้านปอนด์ โดยคาดกันว่าทีมที่มีสิทธิ์ซื้อตัวไปร่วมทีม จะเป็น 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน คือ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา กับ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด

ล่าสุด เดอะมิร์เรอร์ สื่อในอังกฤษ รายงานว่า บาร์เซโลนา ได้เดินเครื่องที่จะขอซื้อตัวซัวเรซไปร่วมทีมแล้ว โดยเตรียมที่จะยื่นเงื่อนไขเงินสด 50 ล้านปอนด์ บวกกับ อเลกซิส ซานเชส กองหน้าทีมชาติชิลี ซึ่งเป็นนักเตะอีกรายหนึ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพื่อแลกกับซัวเรซ ขณะที่ในรายละเอียดส่วนตัวระหว่างนักเตะกับสโมสรนั้น ซัวเรซจะได้ค่าเหนื่อยรวมทั้งสิ้น 40 ล้านปอนด์ จากค่าจ้างสัปดาห์ละ 160,000 ปอนด์ ตลอดสัญญา 5 ปี ที่จะมีการเติมเงื่อนไขพ่วงท้ายว่า ซัวเรซจะต้องไม่ไปกัดนักเตะคู่แข่งอีก

ขณะเดียวกัน หากลิเวอร์พูล และซัวเรซ ที่ยืนยันมาตลอดว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ในเหตุการณ์อื้อฉาวที่เกิดขึ้น ตอบตกลงที่จะรับเงื่อนไขดังกล่าว บาร์เซโลนาเองก็พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือในการยื่นเรื่องการอุทธรณ์การตัดสินขอฟีฟ่า ไปยังศาลกีฬาโลก ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะส่ง ฮวน เดอ ดิออส เครปโป ทนายความซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายกีฬาเป็นพิเศษ ไปช่วยในเรื่องนี้อีกด้วย

ส่วนควันหลงของการลงโทษแบนดังกล่าว เกิดเหตุการณ์อื้อฉาวซ้ำอีกครั้ง เมื่อมีการโพสต์วีดิโอลงยูทูป โดย เซอร์จิโอ กอร์เซ ผู้สื่อข่าวชาวอุรุกวัย เป็นการให้สัมภาษณ์ของ โฆเซ "เปเป้" มูฮิกา ประธานาธิบดีอุรุกวัย ได้ออกมากล่าวโจมตีฟีฟ่าถึงการลงโทษที่มีขึ้น โดยใช้ถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งอาจมีผลกระทบถึงแผนการที่อุรุกวัย ชาติที่จัดฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1930 เตรียมแผนที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2030 ร่วมกับอาร์เจนตินา โดยจะใช้สนาม เอล เซนเตนาริโอ สเตเดียม กรุงมอนเตวิดิโอ เป็นสังเวียนเตะนัดชิงชนะเลิศ เพื่อฉลอง 100 ปี การแข่งขันฟุตบอลโลก อย่างแน่นอน