อุรุกวัยยันอุทธรณ์โทษแบนซัวเรซ

อุรุกวัยยันอุทธรณ์โทษแบนซัวเรซ

"จอมโหด" อุรุกวัย ยันอุทธรณ์โทษแบน หลุยส์ ซัวเรซ แน่ ชี้ห้ามเตะทีมชาติ 9 นัด แถมไม่ให้ยุ่งกับวงการฟุตบอล

ทุกระดับอีก 4 เดือน แรงเกินไป ขณะที่ฟีฟ่าแจงการพิจารณาเป็นไปตามข้อบังคับทุกอย่าง

ความเคลื่อนไหวกรณีที่ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย สร้างเรื่องอื้อฉาวในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 โดยไปกัดใส่ไหล่ของ จิออร์จิโอ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี ในช่วงท้ายเกมรอบแรก สาย ดี ซึ่งอุรุกวัยเป็นฝ่ายชนะ 1-0 เรื่องดังกล่าว หลังจากที่คณะกรรมการฝ่ายพิจารณาวินัยของฟีฟ่า ได้ทำการสอบสวนแล้ว มีคำสั่งลงโทษ ห้ามซัวเรซลงสนามในระดับนานาชาติ 9 นัด พร้อมห้ามลงเล่นหรือมีส่วนร่วมในเกมฟุตบอลทุกระดับ เป็นเวลา 4 เดือน และปรับเงินอีก 112,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่การลงสนามรอบ 2 ในศึกฟุตบอลโลกของทีมชาติอุรุกวัย ที่จะพบกับโคลอมเบีย ในคืนวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป

"ฟีฟ่าได้พิจารณาทุกปัจจัยที่มีอยู่ และเห็นว่าไม่อาจปล่อยให้พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นได้ในทุกๆ สนามแข่งขัน โดยเฉพาะในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีสายตาหลายล้านคู่จับจ้องอยู่ และการพิจารณาลงโทษครั้งนี้ก็เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ทุกประการ" เคลาดิโอ ซัลเซอร์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัย ของฟีฟ่า กล่าว

อย่างไรก็ตาม วิลมาร์ วัลเดซ ประธานสมาคมฟุตบอลอุรุกวัย กล่าวว่า บทลงโทษที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงเกินไป โดยจะมีการอุทธรณ์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

"ผมไม่รู้ว่าพวกเขาใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสิน แต่เป็นการลงโทษที่รุนแรงไปสำหรับซัวเรซ ความรู้สึกของผมก็คือ อุรุกวัยถูกเหวี่ยงออกจากฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพราะทุกคนก็รู้ดีว่า ซัวเรซนั้นมีความหมายกับอุรุกวัยเพียงใด หากไม่มีเขา เราก็พร้อมที่จะแพ้ทุกทีมได้"

อุรุกวัยมีเวลา 3 วันในการยื่นเรื่องอุทธรณ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ซัวเรซหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมในการเตะกับโคลอมเบีย เพราะตามระเบียบการลงโทษข้อที่ 124 ของฟีฟ่า ระบุไว้ว่า ผู้ที่ถูกลงโทษแบนนั้น จะไม่สามารถทำการใดๆ ระหว่างการสอบสวน

นอกจากทีมชาติอุรุกวัย อีกทีมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไปเต็มๆ ก็คือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงรายนี้ถึง 12 นัด แบ่งเป็นในศึกพรีเมียร์ลีก 9 นัด และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก อีก 3 นัด ซึ่งเรื่องดังกล่าว เอียน ไอร์ ประธานบริหารของทีมหงส์แดง ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของสโมสรว่า ลิเวอร์พูลจะรอดูการตัดสินจนสิ้นสุด ก่อนจะให้ความเห็นออกมา