ศาลฎีกายกคำร้อง "อังคณา" เมียทนาย "สมชาย นีละไพจิตร" ขอสืบพยานเพิ่ม
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งศาลฎีกา ที่นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของนายสมชาย อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ขอให้ศาลฎีกาสืบพยานเพิ่มเติม ที่ได้ยื่นฎีกาคดีอุ้มทนายสมชาย โดยศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ระหว่างการสืบพยานในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ โจทก์ไม่ได้นำพยานเข้าสืบตั้งแต่แรก จึงไม่รับพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้ยกคำขอดังกล่าว
ขณะที่นางอังคณา ภรรยาของนายสมชาย กล่าวว่า คดีนี้ตนได้ยื่นฎีกา เมื่อพบว่าอัยการ ไม่ได้ยื่นฎีกาคดีหลังจากศาลที่อุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้องจำเลยทั้งห้า โดยประเด็นยื่นฎีกาส่วนหนึ่งก็ได้ขอให้ศาลฎีกาสืบพยานเพิ่มเติม แต่ศาลเห็นว่า โจทก์มีสิทธิเรียกพยานได้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แล้วจึงไม่รับคำขอดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดีในการยื่นฎีกานั้นยังมีประเด็นที่ตนอีก 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้ตนและครอบครัวเข้าเป็นโจทก์ร่วม 2.ขอให้ศาลรับฎีกา และ3.ขอให้ศาลฎีการับฟังหลักฐานการใช้โทรศัพท์ของพวกจำเลย ที่ครอบครัวได้ยื่นอุทธรณ์ไป ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์ไม่รับพิจารณา โดยตนเชื่อว่าศาลน่าจะรับฏีกาดังกล่าวไว้พิจารณา เพราะวันนี้ในคำสั่งศาลยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว
“ครอบครัวเห็นว่าจะต้องยื่นฎีกาต่อ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการต่อสู้คดีอุ้มหายตัวไป ส่วนเรื่อง พ.ต.ต.เงิน หายสาบสูญนั้น ส่วนตัวไม่เชื่อว่าหายสาบสูญไปจริง ๆ ตามที่ทนายความจำเลยกล่าวอ้างแต่เชื่อว่า พ.ต.ต.เงิน น่าจะยังอยู่ ” นางอังคณา กล่าว
สำหรับคดีอุ้มนายสมชายนั้น อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 47 โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 49 ให้จำคุก 3 ปี พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลยที่ 1 และยกฟ้องจำเลยที่ 2-5 ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 54 กลับให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด ขณะที่ช่วงวันที่ 19 ก.ย. 51 ได้เกิดเหตุการณ์คันกันน้ำถล่มที่เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก ซึ่งทนายความและครอบครัวมีข้อมูลว่า พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ได้หายสาบสูญช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งต่อมาศาลได้พิจารณาให้ พ.ต.ต. เงินเป็นคนสาบสูญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 61 (3 )





