"หงส์แดง" จัดเต็มบุก "คริสตัล พาเลซ" ส่งสเตอร์ริดจ์คู่ซัวเรซ ทำศึกพรีเมียร์ลีก คืน 5 พ.ค.
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จัดแนวรุกเต็มตัวในเกมบุกถิ่น คริสตัล พาเลซ ทำศึกพรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ เพื่อเน้นทำประตูให้ได้มากที่สุด ในการเบียดแย่งแชมป์กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ที่ต่างมีแต้มเท่ากัน แต่ประตูได้เป็นรองอื้อ พร้อมส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ล่าตาข่ายกับ หลุยส์ ซัวเรซ
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ คืนวันที่ 5 พฤษภาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่มี 80 แต้มจาก 36 นัดและกำลังลุ้นแชมป์จะออกไปเยือน "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ เวลา 02.00 น. เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องปรับทัพในแดนกลางเมื่อจะไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ติดโทษแบน และคาดว่า ร็อดเจอร์ส จะปรับทีมด้วยการเน้นเกมรุกเต็มที่ด้วยการส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาเป็นกองหน้าตัวจริงคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ
นอกจากนี้ยังมีตัวรุกอีก 2 คนคือ เฟลิเป คูตินโญ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง เนื่องจากต้องการยิงประตูให้ได้มากที่สุด ในกรณีที่ต้องไปวัดประตูได้เสียตัดสินแชมป์ ส่วนตัวคุมบอลในแดนหน้าจะเป็น สตีเวน เจอร์ราร์ด กับ ลูคัส เลวา หรือ โจ อัลเลน ขณะที่แนวรับ 4 คนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเกมล่าสุดที่แพ้ เชลซี 0-2
ฝั่งเจ้าถิ่นที่มี 43 แต้มไม่มีลุ้นอะไรแล้วเพราะรอดจากการตกชั้นแน่นอน กุนซือ โทนี พูลิส ยังคงส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มที่ เนื่องจากสถานการณ์ตำแหน่งผู้จัดการทีมของตัวเองยังไม่แน่ไม่นอนว่าจะได้ทำทีมต่อในฤดูกาลหน้าหรือไม่
เกมนี้เจ้าถิ่นมีข่าวดีที่จะได้ คากิโช ดิคกาชอย มิดฟิลด์จอมขยันฟิตกลับมาหลังจากที่ไม่ได้ลงสนามในเกมที่แพ้ แมนฯ ซิตี 0-2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยแนวรุกจะยังเป็น มารูยาน ชามัคห์ กับ คาเมรอน เฌอโรม และนักเตะในทีมทุกคนมีความมุ่งมั่นเต็มที่ เนื่องจากเกมนี้จะเป็นเกมที่เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค นัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้
ด้านเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี ที่มี 77 แต้มจาก 25 นัด ออกไปเยือน "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน โดยหากว่าสามารถเก็บ 3 แต้มได้จะได้เปรียบ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในการลุ้นแชมป์ทันที เมื่อจะมีแต้มเท่ากันและประตูได้เสียดีกว่า แต่เริ่มเกมได้แค่ 11 นาที เป็นเอฟเวอร์ตันที่ได้ประตูออกนำก่อนจากลูกยิงสุดสวยของ รอสส์ บาร์คลีย์ นาทีที่ 11 แต่นาทีที่ 22 ทีมเยือนตีเสมอได้จากการหลุดไปยิงของ เซร์คิโอ อาเกโร เป็น 1-1
จากนั้นเกมการครองบอลเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ทำได้ดีกว่าแต่ทีมเยือนมาได้ประตูแซงนำก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาทีจากการโหม่งของ เอดิน เชโก ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นแค่นาทีที่ 48 แมนฯซิตี นำห่างเป็น 3-1 ซามีร์ นาสรี ใส่พานให้ เชโก ยิงเข้าไปง่ายๆ และแม้ว่า เอฟเวอร์ตัน จะไล่มาได้ 1 ประตูจากการโหม่งของ โลเมลู ลูคาคู แต่ก็ไล่ไม่ทัน จบเกม แมนฯซิตี บุกมาชนะไป 3-2 มีเป็น 80 แต้มเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่ประตูได้เสียดีกว่าถึง 9 ลูก ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน หมดสิทธิลุ้นพิ้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เรียบร้อยแล้ว
หลังจบการแข่งขัน มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมเยือน เผยว่าชัยชนะนัดนี้เป็นสิ่งสำคัญมากกับการลุ้นแชมป์ แต่ก็เห็นได้ว่าลูกทีมมีผลกระทบจากความกดดัน ซึ่งในเกมต่อๆไป จะพยายามให้ลูกทีมลืมเรื่องการลุ้นแชมป์ไปบ้าง และพยายามเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ให้ได้ต่อไป
ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด เล่นในโอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด พบกับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังหนีตกชั้น โดย ไรอัน กิ๊กส์ มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมที่ชนะ นอริช 4-0 ไปหลายคน ทำให้เกมนี้ขาดความต่อเนื่อง และเป็น ซันเดอร์แลนด์ ที่ได้ลุ้นประตูมากกว่าและได้ประตูชัยจาก เซบาสเตียน ลาร์สสัน นาทีที่ 30 ซึ่ง กิ๊กส์ ยอมรับว่าผู้จัดการทีมคนใหม่ในฤดูกาลหน้าต้องเจอกับงานหนักแน่นอน เพราะผลงานในฤดูกาลนี้ยังไม่ใกล้เคียงกับการเป็นทีมชั้นยอดเหมือนในอดีต
จากผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ ซันเดอร์แลนด์ มีสถานการณ์การลุ้นหนีตกชั้นที่ดีขึ้นมาก และส่งผลให้ คาร์ดิฟฟ์ กับ ฟูแล่ม ตกชั้นแน่นอนแล้ว โดย คาร์ดิฟฟ์ ไปแพ้ นิวคาสเซิล 0-3 จากประตูของ โชลา อเมโอบี นาทีที่ 18, โลอิก เรมี นาทีที่ 87 และ สตีเฟ่น เทย์เลอร์ ช่วงทดเจ็บ ส่วน ฟูแล่ม ไปแพ้ สโต๊ค 1-4 เจ้าถิ่นได้ประตูจาก ปีเตอร์ โอเดมวินกี นาทีที่ 39, มาร์โก อาร์เนาโควิช นาทีที่ 54, อุสซามา อัสไซดี นาทีที่ 73 และ โจนาธาน วอลเตอร์ นาทีที่ 82 ทีมเยือนได้จาก คีแรน ริชาร์ดสัน
ส่วนผลคู่อื่น แอสตัน วิลล่า ชนะ ฮัลล์ 3-1, สวอนซี แพ้ เซาแธมป์ตัน 0-1, เวสต์แฮม ชนะ สเปอร์ส 2-0
สรุปอันดับคะแนน แมนฯซิตี กับ ลิเวอร์พูล 80 แต้ม, เชลซี 78 แต้ม, อาร์เซนอล 73 แต้ม, เอฟเวอร์ตัน 69 แต้ม ขณะที่การลุ้นหนีตกชั้นอีก 1 ทีม เป็นการลุ้นกันของ 2 ทีมอย่าง นอริช ที่มี 32 แต้ม และ ซันเดอร์แลนด์ที่มี 35 แต้ม แต่ ซันเดอร์แลนด์ ประตูได้เสียดีกว่ามาก





