"เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี ผงาดแซงหน้า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นเต็ง 1 ซิวถ้วยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อีกครั้ง
ด้าน มานูเอล เปลเยกรินี ออกโรงปัด ชี้สถานการณ์ยังก้ำกึ่งสูสี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลงานของลูกทีม แถมอาจต้องตัดสินกันด้วยประตูได้เสียเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนก็ได้
ความเคลื่อนไหวศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งหลังเกมการเตะคืนวันอาทิตย์ที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง เปิดบ้านพ่ายต่อ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมรองจ่าฝูง 0-2 ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี ทีมอันดับ 3 บุกไปเอาชนะ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ 2-0 ทำให้สถานการณ์ล่าสุด แม้ว่าทีมหงส์แดงจะยังคงเป็นทีมนำ โดยมี 80 แต้ม จาก 36 นัด ตามด้วยเชลซี ที่มี 78 แต้ม จากการลงเตะเท่ากัน แต่สำหรับแมนฯซิตี ที่ตามหลังอยู่ 3 แต้ม ยังคงเล่นเตะน้อยกว่าอยู่ 1 นัด แถมมีจำนวนประตูได้เสียดีกว่าลิเวอร์พูลถึง 8 ลูก ซึ่งเท่ากับว่า การเตะที่เหลือของทั้ง 3 ทีม หากทุกทีมชนะทั้งหมด ก็จะเป็นทีมตราเรือใบที่มีโอกาสคว้าแชมป์ไปครองมากที่สุด
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้บริษัทรับพนันในอังกฤษ ต่างปรับโผการคว้าแชมป์อีกครั้ง โดยยกให้ แมนฯซิตี เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ ในอัตรา 5-6 (แทง 6 จ่ายคืน 5 ไม่รวมทุน) ตามด้วยลิเวอร์พูล ที่ปรับราคาจากเดิม 1-6 เหลือแค่ 6-5 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มานูเอล เปลเยกรินี กุนซือทีมตราเรือใบ ได้ออกมาลดความกดดันให้แก่ลูกทีมด้วยการปฏิเสธเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวว่า ทีมของเขาไม่มีความได้เปรียบในเรื่องของการคว้าแชมป์แต่อย่างใด หากทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลงานของลูกทีมในการเตะนัดที่เหลือ ซึ่งทุกเกมถือว่ามีความสำคัญแบบสุดๆ เลยทีเดียว
"สถานการณ์ของตารางคะแนนเรายังคงเป็นอันดับ 3 อยู่ และแน่นอนว่าเราจะตั้งใจเก็บชัยชนะทั้ง 3 เกมที่เหลือ ซึ่งสิ่งที่ดีก็คือ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่ในมือของเราเอง ซึ่งหากเราชนะทั้งหมด และลิเวอร์พูลชนะทั้งหมดในอีก 2 เกมที่เหลือ ก็แน่นอนว่าจะต้องตัดสินกันด้วยผลต่างประตูได้เสีย" เปลเยกรินี กล่าว
ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีก่อน แมนฯซิตี เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด คู่แข่งร่วมเมืองมาแล้ว
สำหรับการเตะนัดที่เหลือของแมนฯซิตี วันที่ 3 พ.ค. จะออกไปเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน, วันที่ 7 พ.ค. เปิดบ้านพบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา และนัดปิดฤดูกาล วันที่ 11 พ.ค. เล่นในบ้านพบ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ส่วนโปรแกรมเตะของลิเวอร์พูล วันที่ 5 พ.ค. ออกไปเยือน "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ และวันที่ 11 พ.ค. เล่นในบ้านพบ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ขณะที่โปรแกรมของเชลซี วันที่ 4 พ.ค. เล่นในบ้านพบ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช และวันที่ 11 พ.ค. ออกไปเยือน คาร์ดิฟฟ์





