ปัญหารุมเร้า"แจ๊ค สระบุรี"เดชาวัต พุ่มแจ้ง เครียดจัดเกี่ยวกับอนาคตสอยคิวอาชีพโลก หลังส่อแววไร้สปอนเซอร์
สนับสนุนเป็นปีที่ 2 ล่าสุดคุณพ่อก็มาเสียชีวิตเพราะมะเร็ง
"แจ๊ค สระบุรี" เดชาวัต พุ่มแจ้ง อดีตแชมป์สมัครเล่นโลกปี 53 เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ตัวเองและครอบครัวรวมไปถึงพี่ชาย "ขวัญ สระบุรี" สุชาคีย์ พุ่มแจ้ง อดีตนักแทงทีมชาติไทย กำลังวุ่นวายเกี่ยวกับพิธีงานศพของคุณพ่อบุญมี พุ่มแจ้ง อายุ 69 ปี ที่เสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งได้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ขณะนี้ศพตั้งสวดพระอภิธรรมอยู่ที่วัดกุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรี ก่อนจะทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 5 ธ.ค.นี้ เวลา 16.00 น.ส่วนตัวไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า คุณพ่อจะจากพวกเราไปเร็วขนาดนี้ ทั้งที่จริงก็ได้พยายามพาไปรักษาหาหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ แต่ด้วยภารกิจหน้าที่ในการเป็นนักสนุกเกอร์อาชีพ ทำให้ไม่มีเวลามาดูแลคุณพ่อและครอบครัวสักเท่าไหร่นัก แต่ในเวลานี้ก็เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว
ล่าสุดตัวเองจะเดินทางกลับไปประเทศอังกฤษในวันที่ 20 ม.ค.นี้ เพื่อร่วมดวลหัวคิวคัดเลือกตัวอีก 4 รายการที่เหลือในปีนี้นั่นก็คือ ศึกเยอรมันมาสเตอร์, เวลล์ โอเพ่น, ไชน่า โอเพ่น และ สอยคิวชิงแชมป์โลก หรือ "เอ็มบาสซี่เวิลด์" รายการสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ที่มีคะแนนสะสมอาชีพโลกมากที่สุด ส่วนตัวจะพยายามเข้ารอบลึกๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อโอกาสติดท็อป 1 ใน 48 ของโลกตามที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งถ้าหากมองถึงเงินสะสมที่ตัวเองทำให้ตั้งแต่ปีที่แล้วจนมาถึงวันนี้โอกาสติดมือ 48 ของโลกมีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพียงแต่ว่า 4 รายการที่เหลือต่อจากนี้ไปอย่าตกรอบแรกเท่านั้นก็พอ และภาวนาให้คนที่มีอันดับใกล้เคียงกับตัวเองอย่าเข้าไปถึงรอบลึกๆ
อดีตแชมป์สมัครเล่นโลก ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่า ผลงานของตัวเองจะออกมาดีเช่นไร ส่วนตัวรู้สึกเครียดและกดดันเกี่ยวกับอนาคตชีวิตของตัวเองไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเพื่อนรักให้สัญญาเอาไว้ว่า จะหาเงินสนับสนุนให้กับตัวเอง โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเงินของสมาคมฯ แต่พอท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โชคดีที่มีรุ่นพี่ที่เคารพรักอยู่จังหวัดชลบุรีเข้ามาช่วยจำนวน 5 แสนบาท แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ เพราะแต่ละปีต้องใช้เงินมากกว่า 1.5 ล้านบาทถึงจะอยู่รอดได้ นี่ยังไม่รวมถึงคนดูแลโครงการสอยคิวในบริษัท ไทยเบฟเวอเรจฯ หรือ "แสงโสม" ที่เคยรับปากว่า จะช่วยเหลือตัวเองเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่พอมาถึงวันนี้กลับบอกว่า งบประมาณไม่เพียงพอ หรือ ผู้ใหญ่ไม่อนุมัติ ทั้งที่จริงก็มีการเข้าไปพูดคุยกับทางผู้บริหารไทยเบฟให้รับทราบแล้ว ทำให้ตัวเองเกิดความสับสนกับอนาคตชีวิตตัวเองว่า จะทำอย่างไรดี หากไปแข่งขันระดับอาชีพโลกต้องควักเงินส่วนตัว เห็นทีต้องกลับมาพิจารณาตัวเองเสียใหม่





