ส.นักข่าวตั้งฉายาคนกีฬา ลูกยางสาว-ตบทะลุใจ

ส.นักข่าวตั้งฉายาคนกีฬา ลูกยางสาว-ตบทะลุใจ

สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬา ตั้งฉายาคนวงการกีฬาประจำปี 2556

สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬา ตั้งฉายาคนวงการกีฬาประจำปี 2556 ยก "บิ๊กเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา เป็น "เดอะวอยซ์" ตัวจริง..สั่งจริง" ขณะที่ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี ได้ฉายา "ฟีฟ่า ท่าไม้ตาย" ส่วน "บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิชย์ "พวกมาก ลากไม่ไป" ด้าน "บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม มีฉายา "เอฟวัน...ฝันสลาย" ขณะที่ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็น "เสือตกห้วย" และทีมลูกยางสาวรับฉายา "ตบทะลุใจ"

สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศ ภายใต้การนำของ นายไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคม มีการตั้งฉายาคนวงการกีฬาในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง สำหรับปี พ.ศ.2556 มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายกับนักกีฬาและบุคคลวงการกีฬา สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาจึงตั้งฉายาคนวงการกีฬาไว้ดังนี้

"บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.การท่องเที่ยวละกีฬา ได้รับฉายาว่า "เดอะวอยซ์" ตัวจริง..สั่งจริง เพราะถึงแม้ว่านายบรรหารจะไม่ใช่ รมว.การท่องเที่ยวละกีฬา แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า "บิ๊กเติ้ง" คือผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สั่งการได้ในทุกๆ เรื่อง และมีส่วนในการตัดสินใจนโยบายต่างๆ อยู่ตลอด จึงเป็นที่มาของฉายานี้

"บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับฉายาว่า "เอฟวัน...ฝันสลาย" อภิมหาโครงการที่นายกนกพันธุ์ พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในเมืองไทย คือการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 ชิงแชมป์โลก ที่เรียกกันว่า "ฟอร์มูลาวัน" หรือ "เอฟวัน" โดยเส้นทางที่วางเอาไว้คือบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ แต่สุดท้ายก็ถูกกระแสต่อต้านจากสังคมจนโครงการดังกล่าวต้องพับฐานไป

"โค้ชหรั่ง" ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา ได้รับฉายาว่า "เสือตกห้วย" ในการเปิดรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดร.ชาญวิทย์ ก็ลงสมัครด้วย เปรียบเหมือนเป็นเสือข้ามห้วย จากกรมพลศึกษาไปชิงเก้าอี้ผู้ว่าการ กกท. แข่งกับนายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท. โดย "โค้ชหรั่ง" ถือเป็นตัวเต็งในการได้ตำแหน่งเพราะมี "แบ็กอัพ" ดีมาก แต่สุดท้าย "โค้ชหรั่ง" ก็ต้องกลายเป็นเสือตกห้วยเพราะคุณสมบัติไม่ผ่านเรื่องการดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพลศึกษายังไม่ถึง 1 ปี

"บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับฉายาว่า "ฟีฟ่า..ท่าไม้ตาย" ในการลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลครั้งล่าสุด "บังยี" ในฐานะแชมป์เก่าได้ยึดกฎระเบียบและธรรมนูญใหม่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่กำหนดให้เป็นสากลรูปแบบเหมือนๆ กันทั่วโลก ไม่เช่นนั้นแล้วสมาคมฟุตบอลอาจถูกลงโทษแบนห้ามร่วมสังฆกรรมกับ "ฟีฟ่า" ก็เป็นได้

ขณะที่ผู้ท้าชิงอย่าง "บิ๊กกร๊อง" นายวิรัช ชาญพานิชย์ จะยึดเอาธรรมนูญการเลือกตั้งแบบเก่าของสมาคมฟุตบอลที่สโมสรถ้วยเล็กๆ แทบจะไม่มีกิจกรรมอะไรเลยในแต่ละปี แต่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเท่ากับสโมสรใหญ่ๆ ที่ลงทุนทำทีมเป็นสิบๆ ล้าน หรือร้อยล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีปัญหาขัดแย้งมาตลอดถึงขนาดมีการยื่นฟ้องศาล แต่ "บังยี" ก็ยืนยันยึดตามกฎและธรรมนูญของ "ฟีฟ่า" ซึ่งเป็นองค์กรหลักของฟุตบอลอย่างเหนียวแน่น ถือเป็น "ไม้ตาย" และสุดท้าย "บังยี" ก็ฝ่าฟันอุปสรรคได้รับชัยชนะอย่างขาดลอยทำหน้าที่นายกสมาคมฟุตบอลอีกสมัย

"บิ๊กกร๊อง" นายวิรัช ชาญพานิชย์ ได้รับฉายาว่า "พวกมาก...ลากไม่ไป" สืบเนื่องจากการที่ "บิ๊กกร๊อง" ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอล กับ "บังยี" ถึง 2 สมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชลบุรีและกลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งดูแล้วเหมือนมีพวกพ้องมากมายที่พยายามผลักดันให้ "บิ๊กกร๊อง" แย่งชิงเก้าอี้ให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ครั้ง จึงเข้าทำนอง "พวกมาก...ลากไม่ไป"

"เอ" วาสนา วินาโท นักกรีฑาทีมชาติไทย ได้รับฉายา "ฮึด..เมตรสุดท้าย" วาสนา คว้าเหรียญทองวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรหญิง ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ได้อย่างประทับใจคนไทยทั้งประเทศ ด้วยหัวใจนักสู้ที่แกร่งกว่าเพชร จากการที่ "เอ" วิ่งตาม ธิ แลน ค็อก นักวิ่งสาวเวียดนามมาตลอดตั้งแต่ต้น ก่อนจะฮึดเฮือกสุดท้ายพุ่งทิ้งตัวแซงเข้าเส้นชัยในช่วง 1 เมตรสุดท้าย และหลังการแข่งขัน วาสนา ถึงกับนอนแผ่กับลู่วิ่งพักใหญ่จนถูกหามออกจากสนามเพื่อปฐมพยาบาลนานกว่า 30 นาที

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ได้รับฉายาว่า "นางพญากาวใจ" ก่อนหน้านี้สมาคมแบดมินตันได้แบ่งแยกแตกคอกันเป็นก๊กเป็นเหล่า มีปัญหาในการบริหารงานกันมากมาย แต่ภายหลังจากคุณหญิงปัทมาได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมแบดมินตัน ก็บริหารงานได้ดี นักกีฬาทำผลงานได้อย่างดีเลิศ อีกทั้งยังมีการสื่อสารที่ดีกับสื่อมวลชนผ่านโซเชียลมีเดียมากมาย แต่นอกเหนือจากงานบริหารที่ดีแล้ว คุณหญิงปัทมายังเป็นกาวใจให้กลุ่มก๊กต่างๆ ในสมาคมหันหน้าเข้าหากัน ไม่ปัดแข้งปัดขากัน ไม่เป็นอุปสรรคของการบริหารงานอีกต่อไป

"อาร์ต" บดินทร์ อิสสระ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ได้รับฉายาว่า "ขนไก่ไทยไฟท์" จากการที่บดินทร์ ก่อเรื่องอื้อฉาวไล่ชกอดีตคู่หู "เอ" มณีพงศ์ จงจิตร ระหว่างการแข่งขันแบดมินตันแคนาดา โอเพ่น ประเภทชายคู่เมื่อเดือน กรกฎาคม จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงปีทั้งคู่เคยทำผลงานร่วมกันด้วยการทะลุถึงรอบรองชนะเลิศกีฬาโอลิปิกเกมส์ 2012 มาแล้ว การที่นักกีฬาไทยมาไล่ชกกันกลางสนามแบดมินตันในต่างแดนจึงเป็นที่มาของ "ขนไก่ไทยไฟท์"

"น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ได้รับฉายาว่า "แชมป์แล้วช็อต" ช่วงต้นปีที่ผ่านมา "น้องเมย์" สร้างผลงานได้อย่างสวยหรู จากการได้รองแชมป์ออลอิงแลนด์ ได้รองแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ได้แชมป์อินเดีย โอเพ่น ได้แชมป์เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น และได้แชมป์โลกมาครองอย่างสง่างาม แต่หลังจากนั้น "น้องเมย์" ก็เริ่มฟอร์มรูดลงมา ทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บ และการฝึกซ้อมที่ไม่เพียงพอ ผลงานจึงช็อตไปดื้อๆ

ทีมฟุตบอลชาย-หญิง และทีมฟุตซอลชาย-หญิงชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ได้รับฉายาว่า "แข้งจตุรเทพ" จากผลงานของทีมฟุตบอลและฟุตซอลทั้งชายและหญิงในกีฬาเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จครบทั้ง 4 เหรียญ ผลงานยอดเยี่ยมเรียกศรัทธาคืนมาจากแฟนบอลได้อีกครั้ง โดยฟุตบอลชายที่มี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกุนซือ กลับมาทวงแชมป์คืนอีกครั้งหลังจากพลาดไป 2 สมัย เช่นเดียวกับฟุตบอลหญิงที่มี "โค้ชจุ่น" จตุพร ประมลบาล เป็นกุนซือ และ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้จัดการทีม ก็ทวงเหรียญทองคืนอีกครั้ง รวมทั้งฟุตซอลชายที่มี วิคเตอร์ เฮอร์มันส์ คุมทัพ และฟุตซอลหญิงที่มี "โค้ชเอ๋" พัทยา เปี่ยมคุ้ม เป็นกุนซือ ทั้ง 4 ทีมต่างผลงานยอดเยี่ยมและสร้างความสุขให้คนไทยได้อย่างมากจนได้รับฉายา "แข้งจตุรเทพ"

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้รับฉายาว่า "ตบทะลุใจ" ช่วงปีที่ผ่านมานักกีฬาวอลเลย์บอลสาวไทยสร้างความสุขให้คนไทยเป็นอย่างมาก ด้วยการคว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2013 ที่ จ.นครราชสีมา ด้วยการล้มทีมชั้นนำของเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่น ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดุดัน เร้าใจ สู้สุดชีวิต เอาชนะใจผู้ชมทั้งในสนามและที่เชียร์อยู่หน้าจอโทรทัศน์จนครองใจคนไทยทั้งประเทศ

ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า ได้รับฉายา "ผงาดฟ้าคว้าเจ้าทอง" ซึ่งก่อนหน้าการแข่งขันกีฬาซีเกมส์หนนี้ ทัพนักกีฬาไทยถูกมองว่าไม่สามารถยึดตำแหน่งเจ้าเหรียญทองได้แน่ จากการประเมินผลงานของฝ่ายการกีฬาแห่งประเทศไทย กับฝ่ายคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย แต่ทว่าทัพนักกีฬาไทยกลับรวมพลัง รวมใจกันทำผลงานได้สุดยอดคว้ามาได้ 107 เหรียญทอง 94 เหรียญเงิน 81 เหรียญทองแดง ผงาดเป็น "เจ้าเหรียญทอง" สำเร็จ