ล่าสุดเมื่อ 7 ธ.ค.นี้ ทัพนักกีฬาไทยชุดใหญ่ 83 คน จาก 4 ชนิดกีฬา เดินทางถึงพม่าแล้ว นายกฯมอบหมาย "ยุคล" เป็นตัวแทนร่วมพิธีเปิด 11 ธ.ค.
ทัพนักกีฬาไทยชุดใหญ่ถึงพม่า เตรียมล่าทองศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 27 "บิ๊กต้อม" ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬาไทยมอบหมาย "เจ้าอาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พ่อมดฟุตซอลเอเชีย ถือธงในพิธีเปิดสนาม ด้านนักกีฬาวูซูไทยคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ด้าน ทีมแบดมินตันมีนักตบเดี้ยงต้องถอนตัว
ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่ 83 คน จาก 4 ชนิดกีฬา คือ เรือแคนู, แบดมินตัน, ฟุตซอลชาย, เซปักตะกร้อ เดินทางถึงกรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่าแล้ว นำทีมโดย "บิ๊กต้อม" นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย โดย "บิ๊กต้อม" กล่าวว่า ผู้แทนประเทศไทยในพิธีเปิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นตัวแทนร่วมพิธีเปิดในวันที่ 11 ธันวาคม สำหรับผู้ถือธงชาติไทยนำขบวนทัพไทยเข้าสู่สนาม คือ "เจ้าอาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เจ้าของตำแหน่งนักฟุตซอลยอดเยี่ยมแห่งเอเชียคนล่าสุด
ทีมแบดมินตันไทย นำโดย นายสุรศักดิ์ ส่งวรกุลพันธุ์ เลขาธิการสมาคมแบดมินตัน เปิดเผยว่า "เจ้าบอล" ปฏิพัทธ์ ฉลาดแฉลม นักตบในประเภทชายคู่ที่บาดเจ็บนิ้วเท้าหักจากการฝึกซ้อมก่อนหน้าการเดินทางเพียงวันเดียว ต้องเข้าเฝือกรักษานานถึง 6 สัปดาห์ ทำให้ต้องประกาศถอนตัวออกไป ขณะเดียวกัน "เจ้าเอ" มณีพงศ์ จงจิตร ที่เดิมจะเล่นทั้งประเภทชายคู่และคู่ผสม ก็เพิ่งหายจากการบาดเจ็บ แม้ว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็จะลดประเภทแข่งขันลง เหลือเพียงชายคู่อย่างเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สมาคมยังตั้งเป้าคว้าอย่างน้อย 1 เหรียญทองแน่นอน โดยความหวังยังอยู่ที่ประเภทชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว และชายคู่ โดยเฉพาะหญิงเดี่ยวที่ดูจากรายชื่อนักกีฬาของชาติอื่นแล้ว บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ กับ ณิชชาอร จินดาพล น่าจะได้เป็นมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการในการประกบคู่แข่งขันซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ที่หากโชคดีเราอาจได้เห็นนักกีฬาไทยเข้าชิงเหรียญทองกันเองด้วยซ้ำ"
วูซู แข่งขันที่วันนา เต็กกิ อินดอร์ สเตเดี้ยม กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม มีการชิงชัย 2 ทอง ในประเภทยุทธลีลา (ร่ายรำ) มีทัพนักวูซูไทยลงชิงชัยทั้งสองรายการ โดยในประเภทแรก ยุทธลีลาฉางฉวน (ร่ายรำต่อสู้) ทีมไทยลงนักกีฬาลงชิงชัย ประกอบด้วย สุจินดา หยางรุ่งรวี, พิทยา หยางรุ่งรวี และบารมี กุลสวัสดิ์มงคล ลงสนาม โดย 3 หนุ่มนักกีฬาไทยต่างช่วยกันโชว์ลีลาร่ายรำในท่าต่อสู้ต่างๆ อย่างเต็มที่ และเรียกคะแนนได้สูงถึง 9.60 คะแนน แต่ก็ยังไล่ตามฟิลิปปินส์ที่ทำคะแนน 9.62 เป็นอันดับ 2 ไม่ทัน ทำให้ไทยได้เพียงเหรียญทองแดงเท่านั้น ขณะที่เหรียญทองตกเป็นของพม่า ที่มีคะแนนเข้ามาเป็นอันดับ 1 ที่ 9.64 คะแนน
ขณะที่อีกประเภท ฉางฉวนบุคคลชาย ที่ไทยลง สุจินดา หยางรุ่งระวี ลงสนาม โดยมีเจ้าภาพ, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ เป็นคู่แข่งสำคัญ โดยสุจินดาพยายามร่ายรำโชว์ลีลา อย่างเต็มที่แต่สุดท้ายทำได้เพียงแค่อันดับ 12 เท่านั้น โดยทำคะแนนได้ 8.90 คะแนน ส่วนเหรียญทองตกเป็นของ อ่อง ซิ ทู จาก พม่า 9.70 คะแนน เหรียญเงิน อาเหม็ด ฮูลาฟี จากอินโดนีเซีย 9.69 คะแนน และทองแดง ซุน อิบ ทาน จากเวียดนาม 9.68 คะแนน


