ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ธ.ค.นี้ "ปิศาจแดง" แมนฯยู" ลุ้นความฟิด "อาร์วีพี" กองหน้าตัวเก่ง เตรียมบุกรัง ไก่เดือยทอง" เริ่มเตะเวลา 19.00 น.
"ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องลุ้นความฟิตของ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าตัวเก่ง นัดบุกเยือน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 1 ธ.ค. ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไร้ปัญหาบุกรัง "เสือลาย" ฮัลล์ พร้อมสถิติไม่เคยแพ้ ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นตัวจริงรับมือ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน
ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 ธ.ค. "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 9 มี 20 แต้ม เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน พบ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 มี 21 แต้ม เริ่มเตะเวลา 19.00 น. เจ้าถิ่นของ อังเดร บียาส โบอาส ไม่ชนะใครมา 3 นัดติด และเกมล่าสุด โดนแมนฯ ซิตี ถล่ม 6-0 เกมนี้ยังไม่มี คริสเตียน อีริคเซน กองกลางชาวเดนมาร์กที่เจ็บข้อเท้า ทำให้จะใช้ ลูอิส โฮลบี ลงทำหน้าที่ต่อไป เช่นเดียวกับ เอริค ลาเมลา กองกลางที่ซื้อมาใหม่จะได้ออกสตาร์ทตัวจริง ส่วนตำแหน่งริมเส้นต้องแย่งกันระหว่าง อารอน เลนนอน, จิลฟี ซิกูร์ดส์สัน และแอนดรอส ทาวน์เซนด์ ส่วนกองหน้ายังไม่มี เอมมานูเอล อเดบายอร์ ที่เจ็บขาหนีบ ทำให้ต้องปรับไปเล่นกองหน้าตัวเดียว ด้วยการใช้ โรแบร์โต โซลดาโด ต่อไป
ด้านทีมเยือนของ เดวิด มอยส์ เพิ่งพลาดท่าบุกไปโดนคาร์ดิฟฟ์ ตีเสมอ 2-2 ยังคงต้องลุ้นความฟิตของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าตัวเก่ง ซึ่งเจ็บนิ้วเท้าทำให้พลาดลงเล่นสองเกมติด หากฟิตไม่ทันอาจต้องใช้บริการของ แดนนี เวลเบค ขณะที่ตำแหน่งแดนกลางต้องแย่งกันระหว่าง ชินจิ คางาวะ ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในเกมถล่ม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 5-0, ทอม เคลเวอร์ลีย์, แอนเดอร์สัน, ไรอัน กิ๊กส์ และมารูยาน เฟลไลนี ขณะที่ปีกซ้ายเป็นหน้าที่ของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ต่อไป และมี เวย์น รูนีย์ เป็นกองหน้าตัวต่ำ สำหรับสถิติที่ทั้งสองทีมพบกันในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือกว่า ชนะ 76 เสมอ 40 สเปอร์ส ชนะ 36 นัด แต่ฤดูกาลที่แล้ว สเปอร์ส บุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงมี 24 แต้ม จะบุกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี ทีมอันดับ 13 มี 14 แต้ม ที่เดอะเคซี สเตเดี้ยม เวลา 21.05 น. ทีมเยือนไม่มี โฆเซ เอ็นริเก กองหลังที่เจ็บเข่าต้องพัก 10 สัปดาห์ ทำให้ จอน ฟลานาแกน ทำหน้าที่ต่อไป ขณะที่กองหลังคู่กลางยังเป็น มาร์ติน สเคอร์เทล กับ ดาเนียล แอ็กเกอร์ ส่วนแดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลับมาเป็นตัวจริงเล่นร่วมกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด และเฟลิเป คูตินโญ ส่วนกองหน้า ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่สมบูรณ์แล้ว จะมายืนคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ อีกครั้ง
ส่วนเจ้าถิ่นไม่มี พอล แม็คเชน กองหลังที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ เลียม โรซิเนียร์ ยังเล่นแบ็กซ้ายต่อไป ขณะที่คนอื่นพร้อมลงสนาม ทั้ง โรเบิร์ต โคเรน, ทอม ฮัดเดิลสตัน, เจค ลิเวอร์มอร์ และจอร์จ บอยด์ ในแดนกลาง โดยมี โรเบิร์ต เบรดี เป็นหน้าต่ำ คอยสนับสนุน ยองนิค ซากโบ หัวหอก อย่างไรก็ตามสถิติที่ทั้งสองทีมเจอกันมาทั้งหมด 16 ครั้ง ลิเวอร์พูล ชนะ 12 เสมอ 4 ไม่เคยแพ้
ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 ที่มี 24 แต้ม เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 5 มี 22 แต้ม เวลา 23.10 น. เจ้าถิ่นของ ชูเซ มูรินโญ เพิ่งเสียฟอร์มหลังบุกไปแพ้ บาเซิล 0-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก น่าจะได้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าชาวสเปน ที่หายเจ็บกลับมาแล้ว แต่จะไม่มี ซามูเอล เอโต ที่เจ็บไปอีก เช่นเดียวกับ แอชลีย์ โคล กองหลังยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา ได้เล่นแทน ส่วนคนอื่นไม่มีปัญหากองหลังยังมี แกรี เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี กองกลางมีทั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด, จอห์น โอบี มิเกล และรามิเรส ส่วนแผงเกมรุกใช้ ออสการ์, เอดอง อาซาร์ด และตอร์เรส
ด้านทีมเยือนของ เมาริซิโอ โปเชตติโน เพิ่งบุกแพ้ อาร์เซนอล 0-2 จะได้ เดยัน ลอฟเรน กองหลังตัวเก่งกลับมาเล่นคู่กับ โฮเซ ฟอนเต ขณะที่กองกลางถือว่าสมบูรณ์มีทั้ง เจมส์ วอร์ด-พรอว์ส, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, วิคเตอร์ วานยามา และเจย์ โรดริเกวซ โดยมี อดัม ลัลลานา เป็นหน้าต่ำ ใช้ ริคกี แลมเบิร์ต หรือ พาโบล ออสวัลโด เป็นหน้าเป้า
ส่วน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี มี 22 แต้ม ลงเล่นที่เอติฮัด สเตเดี้ยม พบ "หงส์ขาว" สวอนซี ทีมอันดับ 10 มี 15 แต้ม เวลา 23.10 น. เจ้าถิ่นจ่อได้ แวงซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมกลับสู่ทีมหลังจากลงซ้อมได้แล้ว แต่ยังไม่มี ดาวิด ซิลบา กับ สเตฟาน โยเวติช ที่ยังบาดเจ็บ ขณะที่คนอื่นไม่มีปัญหาลงเล่นได้ไม่ว่าจะเป็น ซาเมียร์ นาสรี, เฆซุส นาบาส, ยายา ตูเร, แฟร์นันดินโญ โดยมี กุน อเกโร กับ อัลบาโร เนเกรโด เป็นคู่หัวหอก ส่วนทีมเยือนจะไม่มี วิลเฟรด โบนี กองหน้าที่บาดเจ็บจากเกมกับบาเลนเซีย ทำให้ อัลบาโร วาซเกวซ ได้ลงเล่นแทน รวมทั้งยังไม่มี มิชู กองกลางตัวรุกที่ยังบาดเจ็บ แต่ยังได้ พาโบล เฮอร์นันเดซ ที่ฟิตทัน ส่วนคนอื่นอย่าง จอนโจ เชลวี, โรแลนด์ ลามาห์, เนธาน ดายเออร์ และโจนาธาน เดอ กูซมัน พร้อมลงเล่น


