วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทาบ'บิ๊กเนม'คุมเลือกตั้งนายกบอล

บิ๊กกร๊อง เตรียมทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศนั่งประธานการเลือกตั้งเพื่อความโปร่งใส

“บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ ผู้สมัครชิงนายกบอลไทยและแกนนำสโมสรสมาชิก เปิดประชุมแจงเหตุผลให้สโมสรเข้าใจถึงเหตุผลในการรับธรรมนูญใหม่ เผยจุดยืนเดิมคือเปลี่ยนแปลงนายก พร้อมทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศนั่งประธานการเลือกตั้งเพื่อความโปร่งใส

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่สโมสรกองทัพบก ห้องเทวกรรมรังรักษ์ มีการประชุมสโมสรสมาชิก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยการเชิญของ “บิ๊กกร๊อง” นายวิรัช ชาญพานิชย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคม ซึ่งเป็นการชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้สโมสรสมาชิกได้รับทราบเหตุผลถึงการยอมรับธรรมนูญใหม่ โดยเฉพาะข้อ 21 ผู้แทนและการออกเสียงลงคะแนน (72 เสียง) โดยมีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมประชุม 113 สโมสร

“บิ๊กกร๊อง” กล่าวกับสโมสรสมาชิกว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า มาโดยตลอดและพยายามต่อรองในหลายๆ เรื่อง เพื่อให้ทีมจากฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข ค และ ง มีสิทธิ์มีเสียงมากกว่าเดิม ก่อนจะได้ข้อสรุปตามข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้

“ณ เวลานี้หากเราไม่ปฏิบัติตามฟีฟ่า ผมเชื่อว่าเรื่องราวจะไม่จบ เพราะจริงๆ แล้วถ้าเราจะจัดการเลือกตั้งกันเองก็จะถูกผู้บริหารสมาคมชุดปัจจุบันฟ้องร้องเพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างต้องชะงักและวงการฟุตบอลก็จะไม่เดินหน้า ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือยอมรับธรรมนูญใหม่เพื่อให้มีการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้ประเทศเกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม เรายังมีจุดยืนเหมือนเดิมคือเปลี่ยนแปลงนายกสมาคม ซึ่งตอนนี้ผมยืนยันว่าจำนวน 72 เสียงที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นพวกของเรามากกว่า”

นายวิรัช กล่าวสัญญากับสโมสรสมาชิกว่าหากได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม จะปรับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน โดยให้ทุกทีมได้แข่งขันระบบลีกเพื่อให้มีความเป็นอาชีพมากขึ้น และเมื่อนั้นก็จะทำให้ทุกทีมมีสิทธิ์มีเสียง แต่คงต้องใช้เวลา ขณะที่การสรรหาประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง “บิ๊กกร๊อง” กล่าวว่าได้ทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศมาทำหน้าที่ดังกล่าว โดยรอเพียงการตอบรับเท่านั้นจึงไม่ขอเอ่ยนามในตอนนี้

“ผมยืนยันว่าประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะไม่ใช่คนที่เข้าข้างเรา แต่จะเป็นคนที่มีความเป็นกลางมากที่สุดและมีต้นทุนทางสังคมสูงที่ทุกคนให้การยอมรับ ผมไม่ต้องการให้ใครมาเข้าข้างแต่อยากให้ช่วยจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด”

ด้าน “บิ๊กป๋อม” นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ กล่าวว่าตนเองได้ปรึกษากับพรรคพวกในระดับนานาชาติและได้รับคำตอบว่าเรากำลังทำในสิ่งที่เสี่ยงต่อการถูกฟีฟ่า แบน หากจัดการเลือกตั้งเองซึ่งไม่ใช่แบนสมาคม แต่จะเป็นการแบนสโมสรสมาชิกที่ไม่ยอมรับธรรมนูญใหม่

“ฟีฟ่าจะส่งหนังสือเพื่อออกคำสั่งให้สมาคมขับไล่ 108 สโมสร ที่จัดการเลือกตั้งเอง ออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสมาคม และเมื่อนั้นทุกอย่างจะเข้าทางผู้บริหารสมาคมชุดปัจจุบันทุกอย่าง”

นายอดิศักดิ์ เผยต่อว่า “การพูดคุยกับฟีฟ่า ที่ผ่านมา ผมได้รับฟังสิ่งที่ฟีฟ่าต้องการจะบอก คือ ฟีฟ่ารู้สึกเสียใจที่ไม่เคยได้คุยกับพวกเราก่อน จริงๆ แล้วเขาจะแบนเราตั้งแต่ปี 2554 เพราะไม่ยอมแก้ไขธรรมนูญใหม่เสียที แต่ติดตรงที่เราจะเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลกเมื่อปี 2555 ทำให้ฟีฟ่าไม่อยากลงโทษ อีกทั้งเขาตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเหตุใดถึงมาแก้ไขในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะฟีฟ่าให้แก้ไขตั้งแต่ปี 2554 อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า จำเป็นต้องให้ประเทศไทยใช้ธรรมนูญใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะถือว่าเรามีการแก้ไขที่ช้ามามากแล้ว จึงเป็นที่มาของการจำเป็นที่ต้องรับธรรมนูญใหม่”

นอกจากนั้น “บิ๊กป๋อม” ยังบอกอีกว่าจุดยืนของตน และสมาชิกยังคงเหมือนเดิมคือการเปลี่ยนแปลงนายกสมาคม ซึ่งจริงๆ แล้วธรรมนูญเก่าหรือใหม่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะหากสุดท้ายแล้วผู้ชนะการเลือกตั้งคือ วรวีร์ มะกูดี นั่นหมายความว่าวงการฟุตบอลไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สโมสรสมาชิกในที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้ นายวิรัช ชาญพานิชย์ กับ นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ เป็นผู้คัดสรรประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการรวม 3 คน โดยจะเสนอต่อสมาคมในสัปดาห์หน้าเพื่อส่งชื่อให้ฟีฟ่ารับทราบต่อไป