ขั้นตอนในการสรรหานั้น จะปิดรับสมัครในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์
ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนใหม่ ต่อจาก “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ที่จะหมดวาระลงในวันที่ 30 มิ.ย.2557 เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนในการสรรหานั้น หลังจากปิดรับสมัครในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ในการเปิดรับสมัคร คณะกรรมการจะมีการตรวจคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างละเอียด เพราะเคยมีประสบการณ์จากหน่วยงานหนึ่ง ที่ได้ตัวผู้นำองค์กรแล้ว แต่สุดท้ายกลับมาตรวจพบว่า เป็นบุคคลล้มละลายมาก่อน ซึ่งทำให้ขัดกับคุณสมบัติที่กำหนดไว้
ประธานสรรหาผู้ว่าการกกท. กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อขั้นตอนการตรวจคุณสมบัติผู้สมัครเสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน คณะกรรมการจะนัดผู้สมัครมาทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษ และเปิดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารงานองค์กรกีฬาหลักของประเทศพร้อมกันในช่วงปลายปี ก่อนที่ในช่วงต้นปีหน้า จะมีการพิจารณาเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมจะทำหน้าที่นี้ให้บอร์ดกกท. พิจารณา โดยคาดว่าไม่เกินเดือนม.ค.ปีหน้า จะได้ตัวผู้นำค่ายหัวหมากคนใหม่อย่างแน่นอน
สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัครผู้ว่าการกกท. ต้องมีสัญชาติไทย, มีอายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร, ไม่เป็นกรรมการ กกท. ในวันยื่นใบสมัคร, สามารถทำงานให้แก่ กกท. ได้เต็มเวลา นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเฉพาะ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านบริหารจัดการองค์กรและด้านส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ตาม พ.ร.บ. กกท. พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, มีความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กร, มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการองค์กร และด้านส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา ด้านคุณวุฒิทางการศึกษา ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี โดยสำนักคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิ


