สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สั่งตรวจสอบ 108 สโมสร ที่ยื่นเสนอขอจัดเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล หวั่นมีการปลอมลายเซน
สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สั่งตรวจสอบ 108 สโมสร ที่ยื่นเสนอขอจัดเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล หวั่นมีการปลอมลายเซน โดยเจ้าตัวไม่รับรู้ ด้าน องอาจ ก่อสินค้า แม่บ้านสมาคมลูกหนังเผย มีหลายทีมไม่รู้เรื่องและขอถอนชื่อไปบ้างแล้ว พร้อมยืนยันการที่ "ฟีฟ่า" กำหนดวันประชุมรับรองมติและเลือกตั้ง สามารถปฏิบัติตามได้โดยไม่ผิดกฎข้อบังคับของ พ.ร.บ.กีฬา และสมาคม
ความคืบหน้าการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายหลังจากที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า กำหนดให้สมาคมฟุตบอลเปิดการประชุมพิเศษเพื่อขอรับรองมติธรรมนูญใหม่ในวันที่ 9 สิงหาคม และกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 23 กันยายน ขณะที่ฝั่ง ชลบุรี ได้เป็นตัวแทนสโมสรสมาชิกยื่นหนังสือรายชื่อ 1 ใน 3 ของสโมสรสมาชิกต่อสมาคมฟุตบอล และกกท. เพื่อให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายในวันที่ 23 กรกฎาคม ตามข้อบังคับสมาคมฟุตบอล
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอล ออกมาเปิดเผยว่าหนังสือที่ชลบุรียื่นให้สมาคมฟุตบอล ขณะนี้ได้รับหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าจากข่าวที่มีออกมาว่าประธานสโมสรหลายๆ ทีมไม่รับรู้ถึงการลงรายชื่อ ทำให้สมาคมฟุตบอลต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกครั้ง
“ตอนนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอล ตรวจสอบสิทธิ์ของสโมสรที่ส่งรายชื่อเข้ามา ซึ่งมีถึง 108 สโมสร แต่เท่าที่ทราบหลายๆ ทีม ประธานสโมสรไม่ได้ลงชื่อเองและไม่รู้เรื่องถึงสาเหตุในการรวบรวมรายชื่อเพื่อร้องขอให้จัดการเลือกตั้งขึ้นตามข้อบังคับของสมาคม คือภายใน 21 วันนับจากยื่นหนังสือ ดังนั้นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ขณะเดียวกันทราบว่ามีหลายสโมสรขอถอนความประสงค์ไปแล้ว ดังนั้นจึงต้องดูความถูกต้องอีกครั้ง”
นอกจากนั้น “บิ๊กเปี๊ยก” กล่าวอีกว่า การที่ฟีฟ่า กำหนดวันเปิดประชุมรับรองมติธรรมนูญใหม่วันที่ 9 สิงหาคม และวันเลือกตั้งในวันที่ 23 กันยายน ฝ่ายกฎหมายตีความแล้วว่าสามารถปฏิบัติตามได้โดยไม่ฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.กีฬา ปี พ.ศ.2528 รวมถึงข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
“สมาคมฟุตบอลได้ชี้แจงให้ กกท.ได้รับทราบแล้วถึงเหตุผลที่ต้องจัดการเลือกตั้งล่าช้า เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎของฟีฟ่า คือประชุมรับรองมติธรรมนูญใหม่วันที่ 9 สิงหาคม และเลือกตั้งวันที่ 23 กันยายน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ชาติสมาชิกของฟีฟ่าต้องปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นไทยอาจถูกแบน"
ส่วนที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอล มีงาน “โตโยต้า มีต เดอะ เพรส” โดยมี ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นประธาน ซึ่ง ดร.วิชิต กล่าวบทสรุปในภาพรวมของเลกแรกที่เพิ่งจบลงไปว่า มีคนดูบอลมากขึ้นจากปีก่อน ที่เลกแรกมีคนดูเฉลี่ย 4,800 คน/นัด แต่ปีนี้มีมากถึง 6,120 คน
นอกจากนั้นยังได้ประกาศรายชื่อนักฟุตบอลยอดเยี่ยมและหัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมในเดือนมิถุนายน ซึ่งนักเตะเป็นของ วุฒิชัย ทาทอง ดาวยิง สุพรรณบุรี ขณะที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมตกเป็นของ สกอต คูเปอร์ กุนซือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทีมจ่าฝูง





