ตามข้อบังคับสมาคมฟุตบอล หลังจากเรายื่นหนังสือฉบับนี้ จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใน 21 วัน
อรรณพ สิงห์โตทอง คนโตแห่งสโมสรชลบุรี นำรายชื่อ 108 สโมสร ยื่นต่อสมาคมฟุตบอลฯ เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งภายในวันที่ 23 ก.ค. พร้อมประกาศฟ้องศาลปกครอง หากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ
ความคืบหน้าการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายหลังจากที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า กำหนดให้สมาคมฟุตบอลฯ จัดการประชุมใหญ่พิเศษเพื่อขอมติรับรองข้อบังคับหรือธรรมนูญใหม่ในวันที่ 9 สิงหาคม จากนั้นกำหนดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 23 กันยายน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ “เสี่ยณพ” อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี และตัวแทนสโมสรสมาชิกสมาคมฟุตบอลฯ ได้เดินทางไปสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อยื่นหนังสือต่อ “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ถึงรายชื่อสโมสร 1 ใน 3 เพื่อเรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลฯ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม ตามข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พ.ศ.2546 (ฉบับปัจจุบัน) ข้อ 21.1 ในการรวบรวมเสียงสโมสรสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 จากสมาชิกสามัญทั้งหมดเพื่อ ร้องขอ จะต้องให้มีการประชุมใหญ่พิเศษ ภายใน 21 วัน โดยเสนอญัตติการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย แทนคนเก่าที่ครบวาระ
อย่างไรก็ตามการเดินทางไปยื่นหนังสือครั้งนี้ปรากฏว่า “บิ๊กเปี๊ยก” ติดภารกิจนอกสมาคมฯ และไม่มีผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯ ออกมารับหนังสือ ทำให้ “เสี่ยณพ” ได้เข้าไปในห้องทำงานของสมาคมฯ และยื่นให้กับ ไพโรจน์ มั่นคง เจ้าหน้าที่ของสมาคม รับหนังสือแทนพร้อมมีการลงชื่อรับรอง
จากนั้น นายอรรณพ ได้เปิดเผยว่า สมาคมฟุตบอลฯ ควรจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับตั้งแต่หมดวาระเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน คือภายใน 16 กรกฎาคม แต่สโมสรประเมินสถานการณ์ดูแล้วว่าคงไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวแน่นอน จึงได้รวบรวมเสียงสโมสรสมาชิกเพื่อขอเปิดประชุมตามข้อบังคับ โดยมีถึง 108 สโมสรที่ร่วมลงรายชื่อ จาก 179 สโมสร ซึ่งเกินกว่าครึ่ง ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของสมาคมฟุตบอลชุดนี้
"ตามข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลหลังจากเรายื่นหนังสือฉบับนี้จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 21 วันหรือภายในวันที่ 23 กรกฎาคม ถ้าเลยจากนี้แสดงว่ามีเจตนาไม่ดี ในงานบริหารงานที่ไม่โปร่งใส เราก็จำเป็นต้องไปร้องถึงศาลปกครองต่อไป"
สำหรับสโมสรสมาชิก 108 เสียงที่เข้าชื่อร่วมกับทีมชลบุรี ในการร้องขอให้มีการเปิดประชุมครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นทีมที่จะเสียสิทธิ์หากมีการเปลี่ยนแปลงธรรมนูญใหม่มาใช้จำนวนผู้มีสิทธิ์ 72 เสียง โดยมีสโมสรใหญ่จาก โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก จำนวน 5 ทีมได้แก่ สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), สโมสรธนาคารกรุงไทย (บางกอกกล๊าส), เทศบาลตำบลบางพระ (พัทยา ยูไนเต็ด), สโมสรโอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี และ สมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี (ชลบุรี)





