ศึกฟุตบอลฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่น คัพ ที่ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.เป็นการเตะรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม บี
"กระทิงดุ" สเปน แชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และแชมป์ยูโร 2012 ไล่ถล่ม "อินทรีมรกต" ไนจีเรีย แชมป์แอฟริกา 3-0 จาก เฟอร์นันโด ตอร์เรส นาที 62 และ ฆอร์ดี อัลบา ในนาที 3 และ 88 ส่งผลให้ สเปนเตะ 3 นัดมี 9 แต้มเต็มได้แชมป์กลุ่ม บี เข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอกับทีมอันดับ 2 กลุ่ม เอ "อัซซูรี" อิตาลี ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 27 มิ.ย.นี้ ส่วน ไนจีเรีย เตะ 3 นัด มี 3 แต้ม ตกรอบแรก และจากชัยชนะนัดนี้ ทำให้สเปนสร้างสถิติใหม่ ไม่แพ้ใครในเกมอย่างเป็นทางการมานานถึง 28 เกมติดต่อกัน (ไม่นับเกมนัดกระชับมิตร) โดยความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายคือ แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2010 นัดประเดิมสนาม กลุ่มเอช
หลังการแข่งขัน บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือ "กระทิงดุ" ยอมรับว่า รู้สึกโล่งใจที่เข้ารอบได้ในฐานะทีมแชมป์เพราะนักเตะสเปนไม่ชินกับสภาพอากาศร้อนในบราซิล อีกทั้งยังสามารถเอาชนะทีมที่แข็งแกร่งอย่างไนจีเรียได้ด้วย
ส่วนอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน "จอมโหด" อุรุกวัย แชมป์อเมริกาใต้ ถล่ม ตาฮิติ แชมป์โอเชียเนีย 8-0 ที่อารีนา แปร์นัมบูโก เมืองเรซิเฟ โดยได้ทั้ง 8 ลูกจาก ดิเอโก เปเรซ นาที 27, นิโกลาส์ โลไดโร นาที 61, หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว 2 เม็ด นาที 82, 90 และ อาเบล เฮอร์นันเดซ คนเดียว 4 เม็ด นาที 2, 24, 45 รวมถึง จุดโทษ นาที 67 ส่งผลให้ อุรุกวัย ได้สิทธิผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้ฐานะรองแชมป์กลุ่ม บี แข่ง 3 นัด มี 6 แต้ม ไปพบกับ "แซมบ้า" บราซิล ชาติเจ้าภาพที่เป็นแชมป์กลุ่ม เอ ในคืนวันพุธที่ 27 มิ.ย. ขณะที่ตาฮิติ 3 นัดแพ้รวด ชนิดยิงได้ลูกเดียว แต่เสีย 24 ลูก





