ฟีฟ่าแถลงชัด ศึกฟุตบอลโลก 2014 บราซิลจะยังได้เป็นเจ้าภาพ แม้จะมีประชาชนนับล้านออกมาประท้วงรัฐบาล
ในช่วงศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ขณะที่ "อัซซูรี" อิตาลี ออกมาสยบข่าวลือ ที่ว่าอาจจะหนีกลับบ้าน ยืนยันอยู่สู้ต่อในรอบรองชนะเลิศ
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ออกมายืนยันชัดเจนว่าเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 ในปีหน้ายังคงเป็น "แซมบา" บราซิล เหมือนเดิม แม้ว่าล่าสุดในช่วงนี้ที่มีการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ จะมีประชาชนชาวบราซิลกว่า 1 ล้านคนออกมาประท้วงรัฐบาลในเรื่องคอร์รัปชั่น และค่าครองชีพสูง โดย เฌอโรม วัลเค เลขาธิการทั่วไปของฟีฟ่าได้แถลงข่าวในเรื่องนี้ว่า ฟีฟ่า จะไม่มีการเตรียมแผนสำรอง และเชื่อว่า บราซิล จะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อย่างไม่มีปัญหา
"ศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ กำลังมีขึ้นในบราซิล และฟุตบอลโลกก็ต้องมีขึ้นในบราซิล ไม่มีแผน บี แต่อย่างใด" วัลเคกล่าว
ขณะที่ เพคกา โอดริโอโซลา หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฟีฟ่าเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันในศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ว่า "สถานการณ์ตอนนี้ ฟีฟ่า ยังไม่พิจารณา หรือปรึกษากันกับรัฐบาลท้องถิ่นในเรื่องการยกเลิกการแข่งขันคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ เรากำลังจับตามองสถานการณ์ร่วมกับรัฐบาล เราสนับสนุนถึงสิทธิในการพูด เราประณามความรุนแรง"
สำหรับการประท้วงในครั้งนี้เกิดจากประชาชนในบราซิลไม่พอใจที่รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รวมทั้งการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่ใช้เงินไปหลายพันล้านดอลลาร์ โดยมองว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการที่ต้องเสียเงินไปมากมายขนาดนั้น
ขณะเดียวกัน เชซาเร ปรันเดลลี โค้ชทีมชาติอิตาลีออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่านักเตะทีมชาติอิตาลีได้ร้องขอให้ถอนตัวจากการแข่งขันคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ จากเหตุวุ่นวายในบราซิล โดยยืนยันว่าจะอยู่ลงสนามจนจบการแข่งขัน ซึ่ง อิตาลี ได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปแล้ว
"พวกเราจะยังไม่กลับบ้านอย่างแน่นอน เราไม่อยากเผชิญหน้ากับเรื่องนอกสนาม มันคงเป็นเรื่องแปลกที่เล่นฟุตบอลกันอยู่ในสนาม และมีความรุนแรงเกิดขึ้นในอีก 50 เมตร สถานการณ์ไม่กี่วันนี้เปลี่ยนไป ในริโอ ทุกอย่างยังเป็นไปด้วยดี เราคงไปเมืองนั้นอย่างไม่มีปัญหา เรชิเฟ และที่นี่ซัลวาดอร์ ต้องระมัดระวังไว้ก่อน พวกเขาบอกให้พวกเราอย่าออกจากโรงแรม แต่จะหนีกลับบ้านนะเหรอ ไม่ เราไม่ได้คิดอย่างนั้นอย่างแน่นอน"
"ทุกการประท้วง หากเป็นไปอย่างสงบ หากสามารถช่วยประเทศได้ ก็เป็นเรื่องน่ายินดี แต่การที่มีผู้คนมากมายมันก็อยากที่จะควบคุมคนที่ก่อความรุนแรง" ปรันเดลลีกล่าว





