กลุ่ม พลังสูงวัย แสดงศักยภาพเปิดสวนลุมพินีประเดิมแถลงนโยบายผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การพัฒนาสังคมผ่านมุมมองของผู้สูงอายุ
นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในฐานะตัวแทน“กลุ่มพลังสูงวัย” กล่าวว่า “กลุ่มพลังสูงวัย” เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มภาคีเครือข่ายผู้สูงอายุ อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุในฐานะประชากรกลุ่มใหญ่และเป็นอีกหนึ่งพลังหลักในการขับเคลื่อนสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อผลักดันให้ผู้สูงอายุขยายระยะเวลาการแสดงศักยภาพของตนเอง เป็น Active Aging ที่มีคุณค่า ต่อสังคมโดยไม่ถูกจำกัดด้วยการเกษียณอายุ โดยการนำความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านการคิด วิเคราะห์ และสั่งสมมาช่วยชี้แนะแนวทางให้ผู้ที่อ่อนวัยและมีประสบการณ์น้อยกว่าได้รับทราบ ทั้งยังเป็นการช่วยบำรุงขวัญกำลังใจและพัฒนาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุได้อีกทางหนึ่ง
สำหรับการเปิดตัวกลุ่ม “พลังสูงวัย” ในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการปลุกพลังผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครให้มารวมตัวกัน เพื่อคิดและเสนอนโยบายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุในสังคมตระหนักในศักยภาพของตนเองที่มีต่อครอบครัว และสังคม โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนกลุ่ม “พลังสูงวัย” จำนวน 6 ท่าน เป็นผู้นำเสนอร่างนโยบายต่างๆ จากนั้นทางกลุ่มจะนำแนวคิดที่ได้รับมารวบรวมให้ทุกคนได้ร่วมกันแสดงคิดเห็นและเลือกผ่าน www.facebook.com/ElderEnergy
“เราจะจุดประกายความเชื่อมั่นให้ผู้สูงอายุรู้สึกมั่นใจในศักยภาพและความสามารถของตัวเองในการออกมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคม ไม่ใช่เฉพาะในช่วงการเลือกตั้ง แต่เราจะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับผู้สูงอายุไทย ซึ่งนอกจากความรู้และประสบการณ์อันมีค่าที่สังคมไทยจะได้รับจากผู้สูงอายุกลุ่มพลังสูงวัยแล้ว เรายังหวังว่ากิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ต่างๆ เหล่านี้จะทำให้กลุ่มผู้สูงอายุมีแรงบันดาลใจและมีขวัญกำลังใจที่ดี จากได้พบปะพูดคุยกัน ได้ออกมามีกลุ่มสังคมใหม่ๆ ทำให้ท่านเหล่านี้ตระหนักในคุณค่าของตนเองมากขึ้น อันจะก่อให้เกิดสุขภาพจิตที่ดี เกิดความกระฉับกระเฉง ส่งผลถึงสุขภาพกายที่ดีตามมาอีกด้วย” นายปราโมทย์ กล่าว
สำหรับการแถลงร่างนโยบาย “กลุ่มพลังสูงวัย” ในครั้งนี้ ทางกลุ่มได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโสที่ล้วนแล้วแต่ได้รับการยอมรับในด้านการอุทิศตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องและยังมีบทบาทต่อสังคมจนถึงปัจจุบัน อาทิ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้เสนอนโยบาย “การลดตัวตนผู้ว่าฯ” , นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตส.สว.กทม. ผู้เสนอนโยบาย “จัดหาที่อยู่ใหม่ให้ชุมชนแออัดริมคลอง”
ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรม เจ้าของรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะประจำปี 2552 ผู้เสนอนโยบาย “ทำยาลดกิเลส ด้วยธรรมะบำบัด”, นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ผู้เสนอนโยบาย”สร้างความเข้มแข็งให้ชมรมผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลตามกฎหมาย”, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ อาจารย์พิเศษภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เสนอนโยบาย “ทำกรุงเทพมหานครให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณค่า” และนายธีระรัตน์ ชูอำนาจ ครูใหญ่กลุ่ม ซ.โซ่ อาสา ผู้เสนอนโยบาย “จัดตั้งโรงเรียนเร่ร่อน กำจัดอาชญากรในอนาคต เพื่อสอนเด็กในสลัม เด็กเร่ร่อน ให้เป็นคนดี”
ทั้งนี้ กลุ่มผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนสูงขึ้น จากการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มตัวตั้งแต่ปี 2553 โดยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุประมาณ 8 ล้านคน คิดเป็น 11.9% จากจำนวนประชากรทั้งหมด 67.4 ล้านคนของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 17 ล้านคนในปี 2573 คิดเป็น 25% ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่ประชากรวัยแรงงานที่เกื้อหนุนดูแลผู้สูงอายุลดลงจากเดิมเฉลี่ย 6 คน ต่อการดูแลผู้สูงอายุ 1 คน ในปี 2553 คาดว่าจะลดลงเหลือประชากรวัยแรงงานเฉลี่ย 2 คน ต่อการดูแลผู้สูงอายุ 1 คน ในปี 2573


