วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ บริษัทการ์ดเอกชนโยงทหาร-ตำรวจกัมพูชา คุมศูนย์สแกมเมอร์

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ บริษัทการ์ดเอกชนโยงทหาร-ตำรวจกัมพูชา” เบื้องหลังคุมศูนย์สแกมเมอร์ เอื้อการค้ามนุษย์-ทรมาน-ข่มขืน เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาสืบสวนและลงโทษ

KEY POINTS

  • แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรายงานว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนในกัมพูชามีส่วนสำคัญในการควบคุมศูนย์สแกมเมอร์ โดยมีความเชื่อมโยงกับกองทัพ ตำรวจ และผู้มีอิทธิพล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเหล่านี้มีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เช่น กักขัง ทุบตี ช็อตไฟฟ้า และยืนเฝ้าขณะเหยื่อถูกข่มขืน เพื่อป้องกันการหลบหนี
  • รายงานระบุชื่อบริษัทเอกชนอย่างน้อย 5 แห่งที่มีความสัมพันธ์กับนายทหารและตำรวจระดับสูงของกัมพูชา เช่น พันเอก และรองผู้บัญชาการตำรวจ
  • แอมเนสตี้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาสืบสวนและลงโทษผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างจริงจัง เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินคดีกับบริษัทหรือผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้อง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานสืบสวนเปิดโปงโครงสร้างรักษาความปลอดภัยในศูนย์สแกมเมอร์กัมพูชา พบบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนอย่างน้อย 5 แห่งที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทหาร ตำรวจ และชนชั้นนำทางการเมือง ทำหน้าที่กักขัง ทุบตี ช็อกด้วยไฟฟ้า และยืนเฝ้าขณะเหยื่อถูกข่มขืน เพื่อขัดขวางไม่ให้เหยื่อหลบหนี ชี้แม้รัฐบาลจะกวาดล้างแต่ยังไม่สืบสวนหรือลงโทษผู้อยู่เบื้องหลังและผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง

รายงาน “ธุรกิจในเครื่องแบบ” เปิดเบื้องหลังเครือข่ายสแกมเมอร์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในชื่อ “ธุรกิจในเครื่องแบบ: บริษัทรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่รัฐในศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา” (Official Business: Security companies and authorities at scamming compounds in Cambodia)

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ บริษัทการ์ดเอกชนโยงทหาร-ตำรวจกัมพูชา คุมศูนย์สแกมเมอร์

โดยระบุว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ ตำรวจ และเครือข่ายธุรกิจทรงอิทธิพลในกัมพูชา มีส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมสแกมเมอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ยังคงดำเนินต่อไปได้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมทางออก ออกตามล่าผู้ที่พยายามหลบหนี และใช้ความรุนแรงบังคับให้เหยื่อเชื่อฟัง

หลักฐานความทรมานและการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการสืบสวนระหว่างเดือนมกราคม 2566 ถึงกันยายน 2569 โดยการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต 151 คน และตรวจสอบข้อมูลผู้ตกเป็นเหยื่ออีกกว่า 400 คน จากศูนย์สแกมเมอร์ 86 แห่งทั่วกัมพูชา

รายงานบันทึกพฤติการณ์ละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง ได้แก่ 

การใช้ความรุนแรงและการลงโทษ: เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพกกระบองไฟฟ้า ทุบตี ช็อกไฟฟ้า กักขังเหยื่อไว้ใน “ห้องมืด” และพกอาวุธปืน

การเอื้อให้เกิดการข่มขืน: เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเฝ้าหน้าห้องขณะที่ผู้จัดการศูนย์ลงมือข่มขืนผู้หญิง ดังเช่นกรณีของ “ไมอา” (Maia) หญิงชาวแคเมอรูนในศูนย์พาร์ค 8 (PV01) ที่ถูกพาไปข่มขืนในห้องมืดโดยมีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าด้านนอก

การทรมาน: “เกบ” (Gabe) ผู้รอดชีวิตชาวยูกันดา เล่าว่าเขาถูกล่ามโซ่ไว้เหนืออ่างน้ำ ถูกทุบตีนานหลายชั่วโมง และถูกช็อกด้วยกระบองไฟฟ้า

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ บริษัทการ์ดเอกชนโยงทหาร-ตำรวจกัมพูชา คุมศูนย์สแกมเมอร์

เปิดชื่อ 5 บริษัทการ์ดเอกชนและสายสัมพันธ์ระดับสูง

รายงานระบุชื่อบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 5 แห่งที่เชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิในศูนย์สแกมเมอร์: เลียบ สมนาง (Leap Somnang): มีขอบเขตใหญ่ที่สุด เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 15 แห่ง ใน 8 จังหวัด ควบคุมโดย พันเอก บัน โสพัต (Ban Sophat) ซึ่งเป็นนายทหารในกองทัพราชอาณาจักรกัมพูชา (เจ้าตัวปฏิเสธการเป็นเจ้าของ/บริหาร โดยอ้างว่าเป็นเพียงที่ปรึกษา)

ซีเคียวริตี้ เรสปอนส์ (Security Response): เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ 5 แห่ง มีความใกล้ชิดกับธนาคารแพนด้า (Panda Bank) และเครือข่ายฮุ่ยวัน (Huione) (บริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด) ซีดี ซีเคียวริตี้ (ZD Security): เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ 2 แห่งในโบตุมซาโกร์

ดารา ซีเคียวริตี้ (Dara Security): เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ 2 แห่งในสีหนุวิลล์

เบสต์ ซีเคียวริตี้ (Best Security): เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ในบาเวต พบหมายเลขโทรศัพท์ของ เล ชันนี (Lay Channy) รองผู้บัญชาการตำรวจ ในโฆษณาบริษัท (บริษัทปฏิเสธว่าตำรวจคนดังกล่าวไม่มีอำนาจควบคุม)

นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับนายทหารระดับสูง เช่น พลจัตวา เต็ก บุญเทือน (Tek Bunthoeun) ตลอดจนบุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรี นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคาร

ข้อเรียกร้องและการลอยนวลพ้นผิด แม้รัฐบาลกัมพูชาจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และอ้างว่ามีการลงโทษทางวินัยตำรวจ 77 นาย แต่แอมเนสตี้พบว่ายังไม่มีการสืบสวนบริษัทรักษาความปลอดภัยทั้ง 5 แห่ง หรือผู้จัดการและเจ้าของบริษัทแต่อย่างใด

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จึงเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาดำเนินการสืบสวนอย่างเป็นอิสระและทันท่วงที

ระงับใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัทที่เกี่ยวข้อง สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจัดให้มีการชดใช้เยียวยาแก่เหยื่ออย่างเป็นธรรม

พร้อมย้ำว่ากัมพูชาจะไม่สามารถยุติอุตสาหกรรมละเมิดสิทธินี้ได้ หากยังปล่อยให้ผู้จัดหาบุคลากร ผู้สนับสนุนเงินทุน และผู้คุ้มครองระบบลอยนวลพ้นผิด

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ บริษัทการ์ดเอกชนโยงทหาร-ตำรวจกัมพูชา คุมศูนย์สแกมเมอร์