วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

กระทบ 2.1 ล้านคน กางตัวเลขน้ำท่วมล่าสุด 21 จังหวัด เร่งเยียวยาด่วน

ปภ. เผยน้ำท่วมล่าสุด 21 จังหวัด กทม. กระทบกว่า 2.1 ล้านคน ชี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว สั่งระดมเครื่องจักรกลเร่งฟื้นฟูเยียวยาด่วน

วันนี้ (18 ต.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในพื้นที่ประเทศไทย เผยภาพรวมอุทกภัยยังคงครอบคลุมพื้นที่ 21 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 88 อำเภอ 713 ตำบล 5,424 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนรวม 715,756 ครัวเรือน หรือคิดเป็นจำนวนประชากรกว่า 2,181,829 คน

โดยสถานการณ์ปัจจุบันในทุกพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มระดับน้ำลดลงตามลำดับ ด้านอธิบดี ปภ. สั่งการระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินเยียวยาฟื้นฟูตามระเบียบราชการโดยเร็วที่สุด

สาเหตุหลักมวลน้ำเหนือสมทบภาคกลาง ฝนตกหนักสะสม

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงรายละเอียดและสาเหตุของสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ว่า เกิดจากอิทธิพลของมวลอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับการระบายน้ำตามแนวแม่น้ำสายหลักที่ไหลมาจากภาคเหนือ ลงมาสมทบกับมวลน้ำสะสมเดิมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก จนส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ตลอดจนพื้นที่ทางการเกษตรในหลายจังหวัด

จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. พบว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยครอบคลุมทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร รวมผู้เสียชีวิตสะสมจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้แล้วหลายราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเข้าดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง

กระทบ 2.1 ล้านคน กางตัวเลขน้ำท่วมล่าสุด 21 จังหวัด เร่งเยียวยาด่วน

เจาะลึกพื้นที่ประสบอุทกภัยรายภูมิภาค (ข้อมูล ณ 18 ต.ค. 69)

 

1. ภาคเหนือ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง

  • จังหวัดพิษณุโลก ประสบภัยในพื้นที่อำเภอบางระกำ รวม 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 69 ครัวเรือน แนวโน้มระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับผลกระทบรวม 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพยุหะคีรี, บรรพตพิสัย, เก้าเลี้ยว, เมืองนครสวรรค์, ชุมแสง, ท่าตะโก, โกรกพระ และหนองบัว ครอบคลุม 80 ตำบล 780 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,419 ครัวเรือน แนวโน้มระดับน้ำลดลง

 

2. ภาคตะวันออก รับศึกหนักมวลน้ำขัง กระทบหลายหมื่นครอบครัว

  • จังหวัดนครนายก ประสบภัยในพื้นที่อำเภอองครักษ์ รวม 11 ตำบล 116 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย แนวโน้มระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดปราจีนบุรี ประสบภัย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี, ศรีมหาโพธิ, เมืองปราจีนบุรี, บ้านสร้าง และศรีมโหสถ รวม 50 ตำบล 535 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 51,390 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 26 ราย แนวโน้มระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, พนมสารคาม, บางคล้า, แปลงยาว, เมืองฉะเชิงเทรา, บ้านโพธิ์, คลองเขื่อน และราชสาส์น รวม 75 ตำบล 667 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,729 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 7 ราย แนวโน้มระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดชลบุรี ประสบภัยในพื้นที่อำเภอพนัสนิคม รวม 5 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 516 ครัวเรือน แนวโน้มระดับน้ำลดลง

กระทบ 2.1 ล้านคน กางตัวเลขน้ำท่วมล่าสุด 21 จังหวัด เร่งเยียวยาด่วน

3. ภาคกลางและปริมณฑล พื้นที่รับน้ำแอ่งใหญ่ กระทบหนักสุดกว่า 5 แสนครัวเรือน

พื้นที่ภาคกลางและจังหวัดปริมณฑลถือเป็นพื้นที่รองรับน้ำสายหลักที่ไหลมาจากทางภาคเหนือ ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด

  • จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในภาคกลาง รวม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอธัญบุรี, คลองหลวง และลำลูกกา ครอบคลุม 21 ตำบล 244 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบสูงถึง 216,276 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำเริ่มลดลง
  • กรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบในพื้นที่ฝั่งตะวันออก 3 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง, เขตหนองจอก และเขตมีนบุรี รวม 16 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 210,648 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย ขณะนี้ระดับน้ำทรงตัวและเริ่มลดลง
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา, บางบาล, ผักไห่, บางไทร, บางปะอิน, พระนครศรีอยุธยา, บางปะหัน, ลาดบัวหลวง, นครหลวง, วังน้อย, อุทัย, ท่าเรือ, ภาชี, บ้านแพรก, บางซ้าย และมหาราช รวม 205 ตำบล 1,360 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 72,336 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า, สองพี่น้อง, ดอนเจดีย์, ศรีประจันต์, เมืองสุพรรณบุรี, สามชุก, เดิมบางนางบวช และอู๋ทอง รวม 66 ตำบล 560 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,598 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดนครปฐม ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนครชัยศรี, สามพราน และบางเลน รวม 49 ตำบล 385 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,058 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดสมุทรสงคราม ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม, อัมพวา และบางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดราชบุรี ประสบภัย 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธาราม, เมืองราชบุรี, ดำเนินสะดวก, บ้านโป่ง, วัดเพลง, จอมบึง, ปากท่อ, บางแพ และสวนผึ้ง รวม 30 ตำบล 161 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดชัยนาท ประสบภัยในพื้นที่อำเภอสรรพยา รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,092 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดเพชรบุรี ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน และบ้านแหลม รวม 3 ตำบล 16 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,726 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดสมุทรปราการ ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเสาธง และบางบ่อ รวม 6 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,340 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดอ่างทอง ประสบภัย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าโมก, ไชโย, วิเศษชัยชาญ และเมืองอ่างทอง รวม 35 ตำบล 147 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,583 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดลพบุรี ประสบภัยในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดกาญจนบุรี ประสบภัย 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหนองปรือ, ด่านมะขามเตี้ย, ท่าม่วง, บ่อพลอย, เมืองกาญจนบุรี และสังขละบุรี รวม 14 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 755 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดอุทัยธานี ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี รวม 8 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 352 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
  • จังหวัดสิงห์บุรี ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี และพรหมบุรี รวม 3 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 277 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง

 

4. ภาคใต้ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ผลกระทบเริ่มลดลง

  • จังหวัดกระบี่ ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภออ่าวลึก, คลองท่อม และเขาพนม รวม 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21 ครัวเรือน แนวโน้มระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ

กระทบ 2.1 ล้านคน กางตัวเลขน้ำท่วมล่าสุด 21 จังหวัด เร่งเยียวยาด่วน

ปภ. สั่งระดมเครื่องจักรกล ลงพื้นที่คลีนนิ่ง-เร่งจ่ายเงินเยียวยา

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. ย้ำเตือนว่า แม้ภาพรวมระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลงและมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ ปภ. ยังคงกำชับให้ศูนย์เตือนภัยและสำนักงาน ปภ. จังหวัด รวมถึงศูนย์ ปภ. เขตในทุกพื้นที่ประสบภัย เฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลงและเข้าสู่ภาวะคลี่คลายแล้ว ปภ. ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ และจิตอาสา ระดมกำลังพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ รถฉีดล้างถนน และอุปกรณ์ฟื้นฟู เข้าเร่งทำความสะอาด ฟื้นฟูบ้านเรือนราษฎร เส้นทางคมนาคม และสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งจัดทำบัญชีสำรวจความเสียหาย ทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน และพื้นที่ทำการเกษตร เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM เพื่อประสานการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

กระทบ 2.1 ล้านคน กางตัวเลขน้ำท่วมล่าสุด 21 จังหวัด เร่งเยียวยาด่วน