วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วันนอร์' หวัง รัฐบาล ใช้โมเดล ซินเจียงอุยกูร์ พัฒนาชายแดนใต้

"วันนอร์" ชื่นชม "จีน" พัฒนา “ซินเจียงอุยกูร์” หลายด้านล้ำหน้าแบบก้าวกระโดด หวังรัฐบาลใช้เป็นโมเดล พัฒนาชายแดนใต้

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์เสรีภาพของพี่น้องชาวมุสลิมในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ของจีน หลังจีนเปิดซินเจียงเป็นเมืองท่องเที่ยว ว่า  ตนเองเคยมีประสบการณ์เดินทางไปเมืองซินเจียงอุยกูร์ 2 ครั้ง ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาครั้งแรก เมื่อปี 2541 และอีกครั้งเมื่อ ปี 2568  ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ตนเองอยากไปเพื่อพิสูจน์ความจริงว่าซินเจียงยังมีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง หรือมีปัญหาเรื่องศาสนาอย่างในอดีตหรือไม่ เพราะใครต่อใครก็บอกว่าจีนยังมีการกดขี่อยู่ แต่ส่วนตัวไปแล้วพบว่า ซินเจียงไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เรื่องที่หลายคนกังวลไม่เป็นความจริง ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนั้นอาจจะเหมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหานั้น ผู้คนมีความสุข

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า ประชากรซินเจียงมีประมาณ 17-18 ล้านคน เป็นชาวมุสลิมอยู่ประมาณ 12 ล้านคน ถือว่ามีจำนวนมาก และมากกว่าชาวมุสลิมในประเทศไทย ทั้งนี้ ผู้ว่าการมณฑลซินเจียงเป็นมุสลิม ประธานสภาซินเจียงเป็นมุสลิม ผู้บริหารประเทศระดับใหญ่ๆ แม้แต่หัวหน้าตำรวจเป็นมุสลิม ที่สำคัญมีมหาวิทยาลัยอิสลามมากถึง 8 แห่ง และนักศึกษามุสลิมก็ได้รับการส่งเสริมสวัสดิการเรียนฟรีจากรัฐบาล และยังมีเบี้ยเลี้ยงให้  

“ผมได้พูดคุยกับนักศึกษา ถ้าเรียนจบส่วนใหญ่ ไปเป็นผู้นำศาสนาในท้องถิ่นต่างๆ ไปเป็นอิหม่าม เพราะมีเงินเดือน ซึ่งถ้าปริญญาตรีที่ซินเจียง สามารถเรียนปริญญาโท ปริญญาเอกเกี่ยวกับอิสลาม ที่มหาวิทยาลัยในปักกิ่งได้ ยืนยันว่าเสรีภาพทางศาสนาของชาวมุสลิมในซินเจียงได้เต็มที่เลยในยุคนี้” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการพัฒนาเมืองด้วยว่า พัฒนาไปไกล เมื่อเทียบปี 2541 กับ ปี 2568 ตนทราบว่าบิดา สี จิ้นผิง ประธานาธิบดี เคยเป็นข้าราชการในมณฑลซินเจียง ทำให้มีความสนใจพัฒนาซินเจียงมาก มีการผลิตอุตสาหกรรม มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งนี้ตนมองว่าไทยและซินเจียง ควรร่วมมือในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยม เพื่อสร้างความสมดุลทางการค้าระหว่างกัน

เมื่อถามถึงการพัฒนาซินเจียงของจีน กับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่เป็นพื้นที่ทางศาสนาและมีความแตกต่างทางอัตลักษณ์เช่นเดียวกันนั้น ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาของจีนให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย ที่ต่อยอดไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยว พัฒนาอุตสาหกรรม และการศึกษา ดังนั้นสิ่งแรกที่จีนทำกับการพัฒนาซินเจียง คือการแก้ปัญหาให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืนด้วยมิติต่างๆ  สร้างความไว้วางใจ ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ปากท้องดี เกิดการท่องเที่ยว การลงทุน ประชาชนมีความสุข ปัจจุบันจึงไม่ได้ยินข่าวชาวอุยกูร์ ต้องอพยพหนีออกนอกประเทศแล้ว แต่ก็ต้องระวังเรื่องการแทรกแซงจากประเทศอื่นๆด้วย