วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม. เฝ้าระวัง 'น้ำปริ่ม' เตือน 10-13 ต.ค. เสี่ยงฝนตกหนัก

กทม. เฝ้าระวังมวลน้ำเหนือและฝนสะสม "ชัชชาติ" ชี้ฝั่งตะวันออกยังปริ่มน้ำ เตือนช่วง 10-13 ต.ค. เสี่ยงฝนตกหนัก ย้ำพื้นที่เสี่ยงอย่าเพิ่งยกของลง

กทม. แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำล่าสุด ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่แถลงสถานการณ์น้ำกรุงเทพฯ เผยภาพรวมยังน่าห่วง อยู่ในภาวะ “น้ำปริ่ม” และเปราะบาง โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ลาดกระบัง คลองประเวศบุรีรมย์ บางกะปิ และลาดพร้าว พร้อมสั่งการเร่งพร่องน้ำในคลองและแก้มลิง รับมือแนวโน้มฝนตกหนักช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม 2569 เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่าเพิ่งนำสิ่งของที่ยกขึ้นที่สูงกลับลงมา พร้อมยกระดับระบบเตือนภัยน้ำท่วมรายชุมชนให้แม่นยำยิ่งขึ้น

วันนี้ (7 ต.ค. 69) ณ บริเวณหน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำเหนือ มวลน้ำสะสม และการเตรียมความพร้อมรับมือฝนตกในพื้นที่เสี่ยงของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าแม้หลายจุดสถานการณ์จะเริ่มทรงตัวและดีขึ้นตามลำดับ แต่ภาพรวมในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วงและอยู่ในภาวะ “น้ำปริ่ม” ตลอดจนมีความเปราะบางสูง หากมีปริมาณฝนใหม่เติมเข้ามาในระยะนี้

เปิดพิกัดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกน่าห่วงที่สุด

จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ของกรุงเทพมหานคร พบว่าพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เนื่องจากยังคงมีปริมาณมวลน้ำสะสมอยู่ในระดับสูง ประกอบกับได้รับอิทธิพลจากปริมาณน้ำไหลเติมมาจากพื้นที่อำเภอลาดกระบัง และมวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างต่อเนื่อง

สำหรับจุดเฝ้าระวังสำคัญและสถานการณ์น้ำในคลองสายหลัก มีรายละเอียดดังนี้

  • คลองประเวศบุรีรมย์ ระดับน้ำยังคงสูง และการระบายน้ำเป็นไปได้อย่างล่าช้า เนื่องจากต้องรับปริมาณน้ำที่เติมเข้ามาจากฝั่งตะวันออกในจำนวนมาก
  • พื้นที่บางกะปิและลาดพร้าว ยังคงเป็นเขตพื้นที่สีแดงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำในระบบคลองเชื่อมต่อยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกือบเต็มความจุ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตามศักยภาพปกติของระบบระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร จะสามารถรองรับปริมาณฝนตกได้ที่ประมาณ 60-70 มิลลิเมตร โดยไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังสะสม แต่เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่รับน้ำธรรมชาติและระบบคลองสายต่างๆ มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในระดับสูงเกินกว่าปกติ หากมีฝนตกหนักลงมาในปริมาณดังกล่าวอีกครั้ง อาจส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่จุดเสี่ยงได้รวดเร็วกว่าภาวะปกติ

"ขอความร่วมมือและแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในเขตฝั่งตะวันออกและริมคลองสายหลัก ยังไม่ควรรีบนำสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือทรัพย์สินมีค่าที่ได้ยกขึ้นที่สูงกลับลงมาวางบนพื้น จนกว่าสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าว

กทม. เร่งระดมเครื่องสูบน้ำ พร่องน้ำคลองและแก้มลิง รับมือฝน 10–13 ต.ค.

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทางธรรมชาติ กรุงเทพมหานครได้วางมาตรการเร่งด่วนในการบริหารจัดการน้ำทั่วเมือง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำใหม่ให้ได้มากที่สุด ผ่านแนวทางปฏิบัติดังนี้

  1. เร่งการพร่องน้ำ ดำเนินการเร่งพร่องน้ำออกจากคลองสายหลัก คลองสายรอง และพื้นที่แก้มลิงทั่วกรุงเทพฯ ให้มีระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเตรียมพื้นที่ไว้รองรับปริมาณฝนใหม่
  2. บำรุงรักษาและโยกย้ายเครื่องสูบน้ำ ทำการตรวจสอบสภาพและซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำที่ผ่านการใช้งานหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งวางแผนโยกย้ายเครื่องสูบน้ำจากเขตพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว นำไปเสริมทัพในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมขัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ ช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าสภาพอากาศจะมีแนวโน้มฝนตกเพิ่มสูงขึ้น แม้ในบางช่วงจะมีช่วงเว้นว่างของฝนก็ตาม แต่ฝนเฉพาะถิ่นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมระบบระบายน้ำให้พร้อมใช้งานแบบ 100% ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเพื่อความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่กรุงเทพมหานครมีภารกิจใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้เข้าร่วม การประชุมระดับโลก World Bank และ IMF ซึ่งจะเดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

ปรับใหญ่ระบบเตือนภัย กทม. ยกระดับการแจ้งเตือนระดับ "ชุมชน-หมู่บ้าน"

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งปฏิรูป คือ การปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมให้มีความแม่นยำและเข้าถึงประชาชนได้ตรงจุดยิ่งขึ้น จากบทเรียนที่ผ่านมาพบว่า การแจ้งเตือนภัยในรูปแบบเดิมมักครอบคลุมเฉพาะภาพรวม เช่น พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือชุมชนริมคลองสายหลัก ทำให้การคาดการณ์หรือเตือนภัยน้ำท่วมขังในพื้นที่เฉพาะจุด เช่น พื้นที่ภายในหมู่บ้าน หรือชุมชนที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอย ยังขาดความแม่นยำเท่าที่ควร

กทม. จึงเตรียมปรับเปลี่ยนรูปแบบการแจ้งเตือนไปสู่ “การเตือนภัยเชิงเหตุการณ์” (Event-based Warning) ซึ่งมีหลักการทำงานดังนี้:

  • เตือนตามระดับความเสี่ยงจริง เมื่อระบบตรวจวัดพบว่าระดับน้ำในพื้นที่เริ่มยกระดับสูงขึ้นถึงเกณฑ์เฝ้าระวัง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ทันที เพื่อให้เตรียมยกของขึ้นที่สูงหรือเตรียมกระสอบทรายกั้นน้ำ
  • ตรงเป้าหมาย ลดการตื่นตระหนก การแจ้งเตือนแบบเจาะจงพื้นที่ จะช่วยให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในจุดที่ตนเองอาศัยอยู่ และช่วยลดการแจ้งเตือนแบบกระจายกว้างที่อาจสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

ชวนประชาชนร่วมเป็น "ตาสับปะรด" แจ้งเบาะแสน้ำเอ่อลงท่อ

เนื่องจากระบบท่อระบายน้ำและเส้นทางไหลของน้ำในกรุงเทพมหานครมีความซับซ้อน เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงหรือท่อระบายน้ำทุกจุดได้ตลอดเวลา ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงได้เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังภัย

หากประชาชนพบเห็น น้ำในท่อระบายน้ำเอ่อล้นผิดปกติ, มีขยะอุดตันทางระบายน้ำ, หรือพบสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน สามารถแจ้งข้อมูลและส่งรูปภาพพิกัดมายังช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของกรุงเทพมหานคร (เช่น Traffy Fondue) ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายระบายน้ำและสำนักงานเขตลงพื้นที่แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ช่วยให้ กทม. สามารถติดตามสถานการณ์น้ำได้ละเอียดลึกถึงระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปข้อปฏิบัติตนสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมกรุงเทพฯ

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กรุงเทพมหานครขอแนะนำข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนในช่วงเฝ้าระวังดังนี้

  • งดนำสิ่งของลงจากที่สูง ชาวบ้านในเขตลาดกระบัง, บางกะปิ, ลาดพร้าว, ประเวศ และพื้นที่ริมคลองฝั่งตะวันออก ให้คงการยกของขึ้นที่สูงไว้ก่อน
  • ติดตามข่าวสารจาก กทม. เฝ้าระวังและติดตามประกาศแจ้งเตือนสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569
  • เตรียมระบบไฟฟ้าและปลั๊กไฟ ตรวจสอบปลั๊กไฟในบ้านที่อยู่ในระดับต่ำ และตัดไฟในจุดเสี่ยงหากเริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้าน
  • แจ้งเหตุทันที หากพบน้ำเอ่อล้นท่อหรือต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อสายด่วน กทม. หรือแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครทันที

กรุงเทพมหานครยืนยันว่าจะระดมสรรพกำลัง บุคลากร และเครื่องจักรกลทั้งหมด ในการพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจและลดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด