ผบ.ทร. ตรวจเยี่ยมกำลังพลฝีพายประจำเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ย้ำ ฝึกซ้อมอย่างเต็มกำลังความสามารถ
6 ตุลาคม 2569 วานนี้(5 ต.ค.) พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมกำลังพลฝีพายประจำเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ พร้อมด้วย กำลังพลในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และฝีพายเรือพระราชพิธี จำนวน 2,200 นาย ร่วมในพิธี ณ บริเวณ จุดรวมพล เชิงสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
ในเวลาต่อมา ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมกำลังพลฝีพายฯ ณ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ได้มอบโอวาทแก่กำลังพล โดยมีความสำคัญว่า
ท่านทั้งหลายล้วนเป็นกำลังหลักสำคัญยิ่ง ที่จะทำให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างามและสมพระเกียรติ ขอให้กำลังพลประจำเรือทุกนาย พึงระลึกอยู่เสมอว่า ท่านคือผู้แทนของกองทัพเรือ ซึ่งจะต้องเตรียมตนเองให้พร้อม ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และความอดทน ฝึกซ้อมอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ เป็นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่มีความสง่างาม และสมพระเกียรติ เป็นที่ชื่นชมของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพเรือมาโดยตลอด และจะจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ตลอดไป
สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธี โดยได้คัดเลือกกําลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน 2,200 นาย เรือพระราชพิธี จํานวน 52 ลํา แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร ดังนี้
- ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน (เป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ) พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง 7
- ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทองเป็นเรือคู่ชัก
- ริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ 11 ลำ และเรือแซง สายละ 3 ลำ
สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อย จำนวน 10 ครั้ง และซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ ซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569 ก่อนวันพระราชพิธี ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ





