เจาะลึกตัวเลขปริมาณน้ำ 6 ภาคทั่วประเทศ! ส่องเช็กลิสต์อ่างเก็บน้ำ เขื่อนไหนจ่อวิกฤตความจุเกิน 80% และเขื่อนไหนยังพอมีพื้นที่รับน้ำฝนระลอกใหม่ได้อีก
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ประจำวันที่ 28 กันยายน 2569 พร้อมประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม เผยปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมพุ่งสูงถึง 77% ของความจุ พร้อมจับตาการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด
สรุปสถานการณ์ฝนตกหนักรายภาค ระยอง-กาญจนบุรี อ่วมปริมาณฝนสะสมสูงสุด
จากการรายงานของ สทนช. พบว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของประเทศไทยเจอมรสุมและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนตกสูงสุดในแต่ละภาค ได้แก่
- ภาคตะวันออก จ.ระยอง ครองแชมป์ฝนตกหนักที่สุดในประเทศ วัดปริมาณฝนได้สูงถึง 289 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ปริมาณฝนสะสม 238 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ จ.ระนอง ปริมาณฝนสะสม 135 มิลลิเมตร
- ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี ปริมาณฝนสะสม 110 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี ปริมาณฝนสะสม 92 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จ.นครราชสีมา ปริมาณฝนสะสม 42 มิลลิเมตร
พยากรณ์อากาศและแนวโน้มสถานการณ์ฝน (29 ก.ย. - 3 ต.ค. 69)
สภาพอากาศวันนี้
พื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาคกลางยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก เริ่มมีปริมาณฝนลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกสะสม
คาดการณ์ฝนช่วงวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569
ประเทศไทยโดยรวมจะมีแนวโน้มฝนลดลง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง สาเหตุเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนผ่านประเทศไทย กำลังเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาและจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วประเทศ
ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 61,808 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 77% ของความจุเก็บกัก) โดยเป็น ปริมาณน้ำใช้การได้ 37,686 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 67%)
สรุป ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค
- ภาคตะวันตก มีความจุสูงสุดอยู่ที่ 89% (ปริมาณน้ำ 25,188 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำอยู่ที่ 85% (ปริมาณน้ำ 2,695 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 71% (ปริมาณน้ำ 19,465 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 69% (ปริมาณน้ำ 5,308 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 66% (ปริมาณน้ำ 7,913 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำอยู่ที่ 66% (ปริมาณน้ำ 1,239 ล้าน ลบ.ม.)
อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
การติดตามระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. มีข้อมูลสำคัญประจำสถานีวัดน้ำต่างๆ ดังนี้
- สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 35.80 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.45 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 26.06 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.15 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว
- สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,904 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.47 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.23 เมตร)
การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
ปัจจุบันมีการ ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ที่อัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยวัดระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.41 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +14.52 ม.รทก. ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือน 33 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัย ให้เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 26 - 30 กันยายน 2569 โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมืองที่มีปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เนื่องจากปริมาณฝนตกหนักสะสม
รายชื่อ 33 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ
- ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, อุทัยธานี, นครสวรรค์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, สุรินทร์, ศรีสะเกษ
- ภาคกลางและปริมณฑล 8 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, สระบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ
- ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
- ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
- ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส
ข้อปฏิบัติตนและคำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
- ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ และประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการและ สทนช. อย่างใกล้ชิด
- เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ หรือพื้นที่ประวัติศาสตร์น้ำท่วมซ้ำซาก
- ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ปรับปรุงและทำความสะอาดขยะสิ่งอุดตันบริเวณทางระบายน้ำรอบบ้าน
- ระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว หากมีน้ำท่วมขังภายในบ้าน ให้สับคัตเอาต์ตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำท่วมถึงทันที
ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ





