วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

น้ำอ่างเก็บน้ำพุ่ง 76% สทนช. เตือน 34 จว. เฝ้าระวังน้ำหลาก

สทนช. สรุปสถานการณ์น้ำล่าสุด อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่ง 76% พร้อมประกาศเตือน 34 จังหวัด เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำหลาก และดินโคลนถล่ม ถึง 30 ก.ย. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยสรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 27 กันยายน 2569 พบว่าหลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมและน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 34 จังหวัด ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม จนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้

รายงานฝนตกหนักสูงสุดรายภาค: นครนายกพุ่งสูงถึง 274 มม.

จากการติดตามปริมาณฝนสะสมรายภูมิภาคในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกหนักกระจายตัวในหลายพื้นที่ โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้

  • ภาคตะวันออก จ.นครนายก วัดปริมาณฝนได้สูงสุดในประเทศถึง 274 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ปริมาณฝน 202 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ปริมาณฝน 158 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.ระนอง ปริมาณฝน 123 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จ.กำแพงเพชร ปริมาณฝน 122 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา ปริมาณฝน 78 มิลลิเมตร

สภาพอากาศวันนี้และแนวโน้มคาดการณ์ (28 ก.ย. - 2 ต.ค. 69)

สภาพอากาศวันนี้

บริเวณทางด้านตะวันตกของภาคกลางยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขณะที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก แม้ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงบ้าง แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวัง

สภาพอากาศคาดการณ์ช่วงวันที่ 28 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569

แนวโน้มภาพรวมของประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ทั้งนี้เนื่องมาจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่จะเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย เข้าสู่ประเทศเมียนมา ก่อนที่จะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ 61,013 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 76% ของความจุเก็บกัก
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 36,894 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 65% ของความจุ

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค

เมื่อพิจารณาแบ่งตามรายภูมิภาค ปริมาณน้ำคงเหลือในอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีความจุลดหลั่นกันไป ดังนี้

  • ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 24,914 ล้าน ลบ.ม. (88%)
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,522 ล้าน ลบ.ม. (80%)
  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 19,353 ล้าน ลบ.ม. (70%)
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,303 ล้าน ลบ.ม. (69%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 7,775 ล้าน ลบ.ม. (64%)
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,166 ล้าน ลบ.ม. (62%)

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ภาคตะวันตก (88%) และ ภาคตะวันออก (80%) เป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำสูงที่สุด ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการน้ำและเฝ้าระวังความจุอย่างใกล้ชิด

อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (27 ก.ย. 69 เวลา 06.00 น.)

การติดตามระดับน้ำและการระบายน้ำในลุ่มน้ำสายหลักอย่าง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 35.57 ม.รทก. ซึ่งยังต่ำกว่าตลิ่ง 2.68 เมตร แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว
  • สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 26.09 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.12 เมตร แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว
  • สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,846 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.31 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 3.39 เมตร
  • การบริหารจัดการเขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันมีการปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.03 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +14.52 ม.รทก.

ประกาศแจ้งเตือนภัย สทนช. เฝ้าระวัง 34 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 26 - 30 กันยายน 2569 โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือกับ

  • พื้นที่เขตเมืองและชุมชน ระวังน้ำท่วมขังขอบทางและพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมเดิม
  • พื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จากฝนตกหนักสะสม

รายชื่อ 34 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภัย

  • ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ (โซนเชื่อมต่อ), นครราชสีมา, สุรินทร์, ศรีสะเกษ
  • ภาคกลางและปริมณฑล 11 จังหวัด/พื้นที่ ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, สระบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี
  • ภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์, นราธิวาส
  • ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด

สทนช. แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบช่องทางการระบายน้ำรอบบ้าน และเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว