“ไมก้า” ดีไซเนอร์ Gen Z วัย 17 จับมือ แบรนด์ “Chayanna” พัฒนา “มูเตลู” ตีความความเชื่อไทยผ่านแฟชั่นผ้าไหมร่วมสมัย เปิดตัวครั้งแรกบนเวที มหกรรมผ้าไหมไทยที่ขอนแก่น
“ไมก้า–ศศิมนัส บุนนาค” ดีไซเนอร์วัย 17 ปี นักเรียน Year 13 จาก Shrewsbury International School Bangkok ร่วมกับแบรนด์ผ้าไหม Chayanna เปิดตัวคอลเลกชัน “Mutelu” ในงาน SIAM INTERNATIONAL FASHION WEEK Visit KHON KAEN มหกรรมผ้าไหมไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–26 กันยายน 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น เมืองแห่งไหมมัดหมี่โลก นำความเชื่อและสัญลักษณ์ในสังคมไทยมาตีความผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ สู่เสื้อผ้าผ้าไหมสไตล์ Modern Luxury ที่สวมใส่ได้จริง พร้อมขยายฐานผู้สวมใส่ผ้าไทย โดยคงคุณค่างานหัตถศิลป์
ไมก้า กล่าวว่า ความสนใจด้านแฟชั่น ผ้าไทย มูเตลู และสัญลักษณ์ศาสตร์ เป็นแรงบันดาลใจของคอลเลกชัน เธอศึกษาความหมายและเรื่องราวเบื้องหลังความเชื่อ ก่อนถ่ายทอดผ่านเส้นสาย โครงสร้าง และรายละเอียดของเสื้อผ้า แทนการใช้รูปเคารพหรือสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณโดยตรง
“สำหรับหนู มูเตลูไม่ใช่แค่เรื่องโชคลาง แต่มีอารมณ์ ความหมาย และเรื่องราวที่ผู้คนผูกพันไว้กับความเชื่อ หนูจึงอยากนำมาถ่ายทอดผ่านแฟชั่น พร้อมสำรวจผ้าไทยจากมุมมองของคนรุ่นเรา” ไมก้า กล่าว
ไมก้า กล่าวอีกว่า คอลเลกชันนี้เน้นความเรียบหรู คล่องตัว และผสานแนวคิด Power Dressing เพื่อสะท้อนความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่โดยมุ่งให้ผ้าไทยเป็นทางเลือกสำหรับการแต่งกายในชีวิตประจำวัน ไม่จำกัดเฉพาะโอกาสพิเศษ ไมก้า มองว่าโจทย์สำคัญคือการทำให้คนรุ่นใหม่เลือกสวมใส่ผ้าไทยตามรสนิยมของตนเอง โดยไม่ลดทอนเอกลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรม
ด้าน ชญณา ศิริภิรมย์ เจ้าของแบรนด์ Chayanna กล่าวว่า ไมก้า เข้ามาฝึกงานกับแบรนด์เป็นเวลา 3 เดือน มีส่วนร่วมตั้งแต่การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ค้นคว้าข้อมูล วางแนวทางคอลเลกชัน ตลอดจนเรียนรู้กระบวนการผลิตและการตลาด ในบทบาทใกล้เคียง Junior Art Director ทำให้ได้สัมผัสทั้งงานออกแบบและการดำเนินธุรกิจแฟชั่น
คุณชญณา กล่าวด้วยว่า แม้ไมก้า จะเติบโตและศึกษาอยู่ในโรงเรียนนานาชาติ แต่กลับมีความสนใจในวัฒนธรรมและวิถีความเชื่อของคนไทย ในระหว่างค้นคว้า น้องจึงหยิบแนวคิด Mutelu ขึ้นมาเป็นหัวใจของคอลเลกชัน เพื่อสื่อสารว่า ไม่ว่าแต่ละคนจะมีความเชื่อหรือศรัทธาในสิ่งใด เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากมองเห็นคุณค่า ให้เกียรติ และไม่ตัดสินความแตกต่างของผู้อื่น
“ไมก้าสนใจภาพความเชื่อที่พบได้ในสังคมไทย ทั้งการถวายรูปปั้นม้าลาย การมองหาตัวเลขจากต้นไม้ และการผูกผ้าสามสี แทนที่จะนำภาพเหล่านั้นมาใช้ตกแต่งเสื้อผ้าโดยตรง น้องกลับตั้งคำถามถึงความหวัง ความผูกพัน และศรัทธาของผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง จนนำไปสู่แนวคิดหลักของคอลเลกชันที่สื่อสารการเคารพความแตกต่างทางความเชื่อ” ชญณา กล่าว
สำหรับ แบรนด์ Chayanna จุดแข็งของแบรนด์อยู่ที่ผ้าไหมจากอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีองค์ความรู้ด้านการมัดลาย ย้อมสีธรรมชาติ และการทอผ้าที่สืบทอดกันมา ซึ่งคุณชญณา ระบุว่า ผ้าทอแต่ละผืนมีน้ำหนัก เนื้อสัมผัส และโครงสร้างต่างกัน นักออกแบบจึงต้องเข้าใจวัสดุควบคู่กับการสร้างรูปทรง เพื่อให้เสื้อผ้าสวมใส่สบาย ใช้งานได้จริง และมีอายุการใช้งานยาวนาน
ชญณา กล่าวเพิ่มเติมว่า งานแฟชั่นหนึ่งคอลเลกชันไม่ได้จบที่แบบเสื้อผ้า แต่เกี่ยวข้องกับการวางแผนผลิต การบริหารทีม การตลาด และการส่งมอบสินค้า การฝึกงานจึงเป็นโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสการทำงานจริงก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ ขณะเดียวกัน แบรนด์ก็ได้เรียนรู้รสนิยมและวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ เพื่อนำมาพัฒนางานผ้าไทยให้เข้าถึงผู้สวมใส่กลุ่มใหม่
“เราอยากให้คนรุ่นใหม่มีทั้งรากที่แข็งแรง เข้าใจภูมิปัญญา วัสดุ และผู้คนเบื้องหลังผ้าไทย พร้อมมีปีกที่จะนำความรู้ไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่” นางชญณากล่าว โดยมองว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างองค์ความรู้ดั้งเดิมกับมุมมองร่วมสมัย เพื่อให้ผ้าไทยเติบโตต่อไปในโลกแฟชั่นได้อย่างยั่งยืน” เจ้าของแบรนด์ Chayanna กล่าวทิ้งท้าย





